กลายเป็นมหากาพย์ดราม่าในวงการบันเทิง เมื่อ “พริม ณัฐชา” อดีตหุ้นส่วนธุรกิจ พร้อมด้วย “ศสา” ผู้จัดการเก่าของนางเอกสาว “ออม สุชาร์” ออกมาเปิดใจแบบหมดเปลือกผ่านรายการ โหนกระแส โดย “หนุ่ม กรรชัย” ทำหน้าที่เคลียร์ชัดทุกประเด็น ก่อนเผยว่า วันพรุ่งนี้จะเป็นคิวของ ออม สุชาร์ มาชี้แจงบ้าง
จุดเริ่มต้นการสร้างแบรนด์
พริมรู้จักศสา ผู้จัดการเก่าของออม และถูกชวนมาทำธุรกิจความงามร่วมกัน ในตอนแรกพริมไม่อยากทำกับดารา แต่ศสายืนยันการันตีว่าออมนิสัยดี สุดท้ายจึงร่วมก่อตั้งแบรนด์ “Fleen” โดยตกลงถือหุ้นใหญ่เท่ากัน คือ พริม 48% ออม 48% และศสา 4%
จุดร้าวเริ่มแรก
พริมบอกออมตรง ๆ ว่า หากวันหนึ่งไปทำแบรนด์อื่น ออมโอเคไหม ซึ่งออมตอบว่า “ได้” ต่อมาออมกลับฟ้องพริมว่าทำธุรกิจแข่ง เพราะพริมยังมีชื่ออยู่ในแบรนด์เดิม “RAD” พริมยืนยันว่าทุก Product ใน Fleen เป็นของตนเอง ไม่ได้ลอก และออมรู้ตั้งแต่แรก

การซื้อขายหุ้นปริศนา
ศสาเล่าว่า ถูกออมชวนไปบ้าน โดยไม่รู้ว่าจะถูกเจรจาซื้อหุ้น ในวงพูดคุยมีการกล่าวหาว่า พริมกับสามี นำเบินของบริษัทใช้ทำเรื่องส่วนตัว และพริมไม่เก่งพอ บริษัทจะเจ๊ง สุดท้ายศสาขายหุ้น 4% ให้ออมในราคา 2.5 ล้านบาท พร้อมเซ็นสัญญาห้ามเปิดเผยข้อมูล หากผิดสัญญาปรับ 5 แสน ส่งผลให้โครงสร้างหุ้นใหม่ กลายเป็นออม 52% พริม 48%
จุดแตกหัก
เมื่อออมถือหุ้นใหญ่ ก็มีการประชุมปลดพริมออกจากตำแหน่งกรรมการบริษัท และแต่งตั้งครอบครัวออมเข้ามาแทน พริมถูกตัดสิทธิหลายอย่าง เช่น เข้าถึงระบบหลังบ้านไม่ได้ ถูกบล็อกโซเชียล ปันผลและเงินเดือนก็ไม่ได้ รวมถึงไม่ได้รับเชิญงานอีเวนต์ พริมเผยว่า เคยมีการเสนอซื้อหุ้นตนเกือบ 10 ล้าน แต่เธออยากให้มีบริษัทกลางประเมินราคาที่แท้จริง

ศึกคดีความ
ศสาฟ้องกลับออม หลังอ้างว่าถูกปกปิดข้อมูลตอนขายหุ้น เพราะบริษัทไม่ได้ขาดทุนอย่างที่ถูกบอก ฝั่งออมฟ้องศสาในข้อหาละเมิดสัญญาและทำให้ถือหุ้นไม่ปกติสุข ส่วนพริมก็ฟ้องออม เรื่องประชุมผู้ถือหุ้นไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ขณะที่ออมฟ้องพริมกลับในประเด็น “ธุรกิจแข่ง”

ปมพรีเซ็นเตอร์ 9.5 ล้าน
พริมเผยว่า บริษัทมีการประชุมโหวตให้ออมเป็นพรีเซ็นเตอร์แบรนด์ ค่าจ้างสูงถึง 9.5 ล้านบาท ทั้งที่ตอนแรกตกลงกันชัดเจนว่า จะไม่มีการจ่ายค่าตัวใคร เพราะทุกคนมีคุณค่าของตัวเอง
จุดยืนของพริม
พร้อมขายหุ้น แต่ต้องให้บริษัทกลางประเมินราคาอย่างเป็นธรรม ไม่ใช่ซื้อถูก ๆ แล้วจบไป
งานนี้ยังไม่จบง่าย ๆ เพราะ พรุ่งนี้ฝั่ง ออม สุชาร์ จะออกมาเคลียร์ในรายการโหนกระแสด้วยตัวเอง …เรียกว่าเป็นมหากาพย์ “เพื่อนรักหักเหลี่ยมธุรกิจ” ที่สังคมจับตาหนักมาก!






