จากกรณีร้อนระอุในวงการบันเทิง เมื่อวันที่ 19 ก.ย. รายการ “โหนกระแส” โดย หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย ได้หยิบยกประเด็น “ดาราฮุบกิจการ” ซึ่งพุ่งเป้าไปที่นักแสดงสาว ออม-สุชาร์ มานะยิ่ง กับอดีตหุ้นส่วน พริม-ณัฐชา ชุณหะ และอดีตผู้จัดการส่วนตัว “ศสา” โดยเปิดเผยรายละเอียดเบื้องลึกความขัดแย้งในบริษัทเครื่องสำอาง “อินโนฟีน่า” ภายใต้แบรนด์ “Fleen Beauty” มูลค่ากว่า 100 ล้าน ทำให้มีการพูดถึงประเด็นนี้ในโลกออนไลน์อย่างล้นหลามมาหลายวัน ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุด มีบางช่วงบางตอนในรายการมีการเล่าว่า ออม เผยว่า “พี่ศสารู้ทุกอย่างว่าอะไรเกิดขึ้นอยู่บ้าง ซึ่งเขาก็ขายหุ้น 4% ให้เรา เราให้เขาตกที่ 2.5 ล้านบาท สำหรับหนูปัญหาในบริษัทมันเยอะมาก หนูไม่อยากให้บริษัทเสียหาย เรื่องที่หนูกลัวมันเกิดขึ้นจริงๆ ไฟล์โฆษณาลิปสติกที่หนูถ่ายไว้ มันหายไป ไม่ทราบว่าใครลบไปเหมือนกัน หลังจากที่เขารู้ว่าหนูซื้อหุ้นคืน สำหรับสินค้าของฟลีนมีทั้งหมด ค่าตัวบริษัทสำหรับฟลีนบิวตี้ แต่บริษัทอื่นออมไม่ได้รับเรตนี้”

น้องสาวออม เผยว่า “การที่คนๆ หนึ่งซื้อหุ้นมา 100,000 บาท มูลค่าหุ้น 10 บาทต่อหุ้น เราซื้อ 2,500,000 บาท ซื้อที่พี่ศสา เราเล่าปัญหาที่เล่าแบบวันนี้ พี่ออมอยากเข้ามาดูแลแบรนด์เต็มตัว เราไม่พูดว่าเราขาดทุน ให้เขาขายหุ้น การที่พี่เขาทราบแล้วว่ามีเงินปันผล แปลว่าปีนั้นมีกำไร แต่พี่เขาจะพูดได้ยังไงว่าบริษัทขาดทุน ถ้าบริษัทขาดทุน หนูก็ไม่รู้ว่าพี่ออมจะซื้อทำไม เรามีคลิปเสียงว่าทำไมเราต้องมีสัญญาความลับกับพี่ศสา (คลิปแรก) เป็นคลิปที่พี่ศสาโทรฯ หาพี่แอมป์บอกว่าหลังขายหุ้นแล้วออมฉ้อฉลเขา ซึ่งพี่ออมจ่ายเงินเขาไปแล้ว จะเอาตัวเองออกไป ไม่เป็นพยานให้ใครเลย เรื่องที่ต้องทำสัญญาฉบับหนึ่งขึ้นมา เพื่อไม่ให้ริสาหรือศสา บอกข้อมูลคนอื่นอย่าง พริม เพราะเรารู้ทุกอย่างของเรื่องนี้ เรารู้อยู่แล้วว่าพี่ริสาเป็นคนยังไง เราเลยไม่อยากให้พี่เขาพูดเรื่องนี้ ข้างในมีข้อมูลความลับ ยอดเงินที่เรามีอะไรบ้าง ในสัญญาระบุว่าทั้งสองฝ่ายห้ามบอกใคร เป็นช่วงเวลาหนึ่ง ไม่ได้ตลอดไป กลัวข้อมูลรั่วไหล ห้ามเปิดเผยมูลค่าซื้อขาย ห้ามคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายไปพูดให้คนอื่นทราบ ถ้าไปบอกจะมีค่าปรับ ในขณะนั้นไม่ใครทราบงบการเงินนะคะ รายได้ไม่ได้บอกทุกอย่าง เพราะบริษัทมีรายจ่ายเงินมาก น้องพริมได้รับงบการเงินของปีที่แล้วไปเดือนสิงหาคมที่แล้ว พี่พริมทำรายได้หลังบ้าน ไม่ได้เป็นพี่ออม เราไม่เคยสรุปรายเดือนกันเลย งบการเงินพริมบริหารเรื่องการเงินตรงนี้ และตอนนั้นเราคุยกันในตอนยังไม่ปิดงบ ปี 66 ประเมินได้ แต่สิ้นปี 67 ช่วงเวลาบัญชีมันต้องมีช่วงเวลาตามกฎหมาย”

ทนายออม เผยว่า “เราก็มีฟ้องเขา และเขาฟ้องกลับมา 5-6 คดี เขาฟ้องเพิกถอน เปลี่ยนกรรมการโดยมิชอบ โดยใช้เหตุผลว่าต้องใช้เสียงริสาหรือศสา ในการโหวต เพราะเขาขายหุ้นแล้ว”

ขอขอบคุณภาพประกอบจากโหนกระแส



