เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 19 ก.ย. 68 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ โรงเรียนเทศบาลสวนสนุก เทศบาลนครขอนแก่น หลังมีผู้ปกครองและนักเรียนกว่า 50 คน เข้าพบคณะครู ช่วยตรวจสอบกรณีบุตรหลานได้ไปซื้อของเล่นกับทางร้านที่มาตั้งแผงขายของบริเวณใกล้กับหน้าโรงเรียน โดยมีการเปิดให้เด็กนักเรียนผ่อนซื้อสินค้า หลายรายผ่อนแล้วไม่ได้สินค้า และสินค้ามีราคาแพงเกินกว่าท้องตลาดทั่วไป

นายพัฒนา ยอดสะอึ ผู้อำนวยการโรงเรียนเทศบาลสวนสนุก กล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โรงเรียนเพิ่งทราบเรื่อง เนื่องจากมีการโพสต์ในโลกออนไลน์ จากการตรวจสอบกับนักเรียน พบว่ามีนักเรียนจำนวนมากไปผ่อนสินค้า ส่วนใหญ่จะเป็นของเล่นและตุ๊กตากับร้านที่มาตั้งแผงขายช่วงเช้าและช่วงเลิกเรียน ซึ่งร้านดังกล่าว จะอยู่นอกรั้วโรงเรียนห่างจากโรงเรียนประมาณ 20 เมตร ซึ่งความเสียหายที่เกิดขึ้นพบว่านักเรียนไปซื้อสินค้าครบผ่อนไปแล้วแต่ไม่ได้รับสินค้า และหลายรายต้องซื้อสินค้าที่มีราคาสูงกว่าท้องตลาดทั่วไป

“ที่ผ่านมาทางโรงเรียนได้ทราบเรื่อง พร้อมกับบอกนักเรียน ให้เลือกซื้อของที่มีประโยชน์ เพราะร้านดังกล่าวขายของอยู่นอกตัวโรงเรียน จึงได้เพียงแต่คอยเตือนไปยังผู้ปกครองและจะคอยประสานงานให้ทางผู้ปกครองคอยแจ้งความหากต้องการเอาผิดกับร้านค้า” ผอ.โรงเรียนเทศบาลสวนสนุก กล่าว

ขณะที่ ด.ญ.ออย (นามสมมุติ) กล่าวว่า ร้านค้าเป็นแผงลอย ตั้งปากทางเข้าสถานีบริการน้ำมัน โดยจะขายของเล่น เช่น เบบี้ทรี เบย์เบลด ซึ่งหนูได้ขอผ่อนซื้อตุ๊กตาเบบี้ทรีกับทางร้าน ในราคา 500 บาท โดยได้แบ่งเงินที่แม่ให้เงินมาวันละ 40 บาท ไปผ่อนวันละ 20 บาท จากนั้นได้ผ่อนจ่ายตั้งแต่เดือน ส.ค.เป็นต้นมา จนครบจำนวนเงิน 500 บาท แต่เมื่อไปถามกับทางร้าน กลับบอกหนูว่า ได้ให้ตุ๊กตาเบบี้ทรีไปแล้ว ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้รับ พร้อมกับไล่ออกจากหน้าร้าน ทำให้หนูรู้สึกเสียใจมากเพราะต้องเก็บเงินมาจ่าย แต่กลับไม่ได้ตุ๊กตา เพราะหนูจำคำแม่เคยบอกว่า หากอยากได้อะไรก็ให้เก็บเงินซื้อเอา และแม่จะคอยช่วยออกเงินให้

ด้าน น.ส.ปุยฝ้าย ปรีบุญครอง อายุ 37 ปี ผู้ปกครอง ด.ญ.พิมพ์ กล่าวว่า ลูกสาวมาบอกว่า ได้ซื้อสินค้าที่วัยรุ่นฮิตกันหน้าโรงเรียน โดยขอจ่ายแบบผ่อนเพราะมีเงินไม่ถึงของราคา 120 บาท ซึ่งครั้งแรกจ่ายไปแล้ว 40 บาท จากนั้นก็ผ่อนจ่ายบ้างไม่ได้จ่ายบ้าง เพราะน้องได้เงินไปโรงเรียนวันละ 40 บาท โดยจ่ายมาตั้งแต่ ป.2 ตอนนี้อยู่ ป.3 แล้ว ยังไม่ได้สินค้า ตอนนี้ผ่อนไปทั้งหมด 80 บาทแล้ว แต่น้องจะไม่ผ่อนต่อแล้วจะไปขอเงินคืน ป้าคนนั้นบอกว่าไม่ให้ แบบนี้น่าจะไม่ให้ผ่อนตั้งแต่แรกเป็นการมอมเมาเยาวชนไม่ควรทำแบบนี้ เหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนที่ไม่ดีสำหรับแม่ค้าที่ทำแบบนี้ เย็นนี้เลิกเรียนจะไปถามแม่ค้าและจะไปขอเงินคืน.



