สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากเมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 19 ก.ย. ว่า ภายใต้ข้อตกลงปารีส ฉบับปี 2558 แต่ละประเทศต้องจัดทำตัวเลขสำคัญให้กับสหประชาชาติ (ยูเอ็น) สำหรับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่กักเก็บความร้อน ภายในปี 2578 และแผนงานโดยละเอียดสำหรับการบรรลุเป้าหมายดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้มีเพียงประมาณ 40 ประเทศเท่านั้น ที่ส่งแผนดำเนินการด้านสภาพอากาศ แม้ยูเอ็นกดดันรัฐบาลในหลายประเทศ ให้ยื่นแผนงานในเดือนนี้ ก่อนการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติ ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตามกรอบของอนุสัญญาสหประชาชาติ ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (ยูเอ็นเอฟซีซีซี) ครั้งที่ 30 หรือ “คอป30” ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นที่บราซิล ในเดือน พ.ย.

ทั้งนี้ ออสเตรเลียเป็นผู้ส่งออกถ่านหินรายใหญ่ และคำมั่นสัญญาของประเทศถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด เนื่องจากการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดด้านสภาพอากาศของยูเอ็นในปีหน้า ร่วมกับประเทศเพื่อนบ้านในมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งเผชิญกับภัยคุกคามจากระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น

กระนั้น นายบิล แฮร์ หัวหน้ากลุ่มวิจัย “ไคลเมต แอนาลิติกส์” รู้สึก “งุนงง” กับเป้าหมายใหม่ของออสเตรเลีย โดยให้เหตุผลว่า ออสเตรเลียจำเป็นต้องลดการปล่อยมลพิษในอัตราที่สอดคล้องกับแนวทางการลดการปล่อยมลพิษที่ 1.5 องศาเซลเซียส และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี 2593 ซึ่งต้องอาศัยการดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลอย่างแข็งขัน “ในตอนนี้”

ขณะที่บรรดานักเคลื่อนไหวและผู้สันทัดกรณีด้านสภาพอากาศ กล่าวว่า ออสเตรเลียจำเป็นต้องลดการปล่อยมลพิษอย่างน้อย 76% จากระดับในปี 2548 เพื่อป้องกันไม่ให้อุณหภูมิโลกสูงเกิน 1.5 องศาเซลเซียส เหนือระดับก่อนยุคอุตสาหกรรม

อีกด้านหนึ่ง นายกรัฐมนตรีแอนโธนี อัลบาเนซี ผู้นำออสเตรเลีย อธิบายว่า เป้าหมายการลดการปล่อยมลพิษ 62-70% ของออสเตรเลีย เป็นเป้าหมายที่มีความรับผิดชอบ และได้รับการสนับสนุนจากวิทยาศาสตร์.

เครดิตภาพ : AFP