สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากเมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 19 ก.ย. ว่า ภายใต้ข้อตกลงปารีส ฉบับปี 2558 แต่ละประเทศต้องจัดทำตัวเลขสำคัญให้กับสหประชาชาติ (ยูเอ็น) สำหรับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่กักเก็บความร้อน ภายในปี 2578 และแผนงานโดยละเอียดสำหรับการบรรลุเป้าหมายดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้มีเพียงประมาณ 40 ประเทศเท่านั้น ที่ส่งแผนดำเนินการด้านสภาพอากาศ แม้ยูเอ็นกดดันรัฐบาลในหลายประเทศ ให้ยื่นแผนงานในเดือนนี้ ก่อนการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติ ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตามกรอบของอนุสัญญาสหประชาชาติ ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (ยูเอ็นเอฟซีซีซี) ครั้งที่ 30 หรือ “คอป30” ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นที่บราซิล ในเดือน พ.ย.
Anthony Albanese has committed Australia to an uncosted emissions target that will require 90 per cent renewable power and half of new cars to be electric by 2035. https://t.co/DhGh5dTRXh
— The Australian (@australian) September 18, 2025
ทั้งนี้ ออสเตรเลียเป็นผู้ส่งออกถ่านหินรายใหญ่ และคำมั่นสัญญาของประเทศถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด เนื่องจากการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดด้านสภาพอากาศของยูเอ็นในปีหน้า ร่วมกับประเทศเพื่อนบ้านในมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งเผชิญกับภัยคุกคามจากระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น
กระนั้น นายบิล แฮร์ หัวหน้ากลุ่มวิจัย “ไคลเมต แอนาลิติกส์” รู้สึก “งุนงง” กับเป้าหมายใหม่ของออสเตรเลีย โดยให้เหตุผลว่า ออสเตรเลียจำเป็นต้องลดการปล่อยมลพิษในอัตราที่สอดคล้องกับแนวทางการลดการปล่อยมลพิษที่ 1.5 องศาเซลเซียส และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี 2593 ซึ่งต้องอาศัยการดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลอย่างแข็งขัน “ในตอนนี้”
ขณะที่บรรดานักเคลื่อนไหวและผู้สันทัดกรณีด้านสภาพอากาศ กล่าวว่า ออสเตรเลียจำเป็นต้องลดการปล่อยมลพิษอย่างน้อย 76% จากระดับในปี 2548 เพื่อป้องกันไม่ให้อุณหภูมิโลกสูงเกิน 1.5 องศาเซลเซียส เหนือระดับก่อนยุคอุตสาหกรรม
อีกด้านหนึ่ง นายกรัฐมนตรีแอนโธนี อัลบาเนซี ผู้นำออสเตรเลีย อธิบายว่า เป้าหมายการลดการปล่อยมลพิษ 62-70% ของออสเตรเลีย เป็นเป้าหมายที่มีความรับผิดชอบ และได้รับการสนับสนุนจากวิทยาศาสตร์.
เครดิตภาพ : AFP



