ภาวะสมองเสื่อม (Dementia) เป็นคำรวมที่ใช้เรียกอาการสูญเสียความทรงจำและความสามารถทางปัญญาอื่นๆ ที่ส่งผลกระทบอย่างมากต่อชีวิตประจำวัน ขณะนี้มีหลักฐานเพิ่มมากขึ้นบ่งชี้ว่า ในสหรัฐ ความเสี่ยงต่อภาวะสมองเสื่อมอาจเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าจาก 514,000 รายต่อปีในปัจจุบัน เป็นสองเท่าในอีก 35 ปีข้างหน้า กระตุ้นให้ผู้ที่เกี่ยวข้องต้องขวนขวายหาวิธีปกป้อง ไม่ให้เกิดภาวะสมองเสื่อมอย่างเร่งด่วน
งานวิจัยหลายชิ้นชี้ให้เห็นว่า พฤติกรรมการใช้ชีวิตมีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพสมอง เช่น การออกกำลังกาย การควบคุมอาหาร และการเข้าสังคม แต่สำหรับโรค “อัลไซเมอร์” ซึ่งเป็นภาวะสมองเสื่อมประเภทหนึ่ง พบว่าพันธุกรรมก็มีส่วนสำคัญเช่นกัน โดยเฉพาะยีนที่ชื่อว่า APOE-e4 ซึ่งเป็นยีนที่เพิ่มความเสี่ยงของโรคอย่างมาก เนื่องจากมีส่วนทำให้เกิดการสะสมของคราบอะไมลอยด์-เบต้าในสมอง และยังส่งผลต่อการเผาผลาญไขมันและกลูโคส ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานหลักของสมอง
ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดได้ศึกษาผู้ที่มีความเสี่ยงทางพันธุกรรมต่อโรคอัลไซเมอร์อย่างละเอียด และศึกษาว่า “อาหาร” จะสามารถช่วยลดความเสี่ยงได้หรือไม่ จนกระทั่งได้ผลการวิจัยและเพิ่งเผยแพร่ในวารสาร Nature Medicine เมื่อวันที่ 25 ส.ค. ที่ผ่านมา
นักวิจัยได้ทำการศึกษาโดยใช้ข้อมูลจากกลุ่มอาสาสมัครที่เป็นพยาบาลหญิงกว่า 4,200 คน และกลุ่มผู้ชายที่เป็นบุคลากรทางการแพทย์อีกเกือบ 1,500 คน โดยเป็นข้อมูลด้านสุขภาพและพฤติกรรมที่มีการติดตามอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานหลายสิบปี เพื่อดูความเชื่อมโยงระหว่างพฤติกรรมการบริโภคอาหารและสุขภาพสมอง นอกจากนี้ยังมีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์เพื่อประเมินสถานะทางปัญญา รวมทั้งการตรวจเลือดและวิเคราะห์ข้อมูลเมแทโบโลมิกส์ (Metabolomics) ซึ่งเป็นการศึกษาความหลากหลายของสารเคมีในเซลล์ ณ ขณะใดขณะหนึ่งว่ามีวิถีและกลไกที่สัมพันธ์กันอย่างไร

ทีมวิจัยได้ประเมินคุณภาพอาหารของกลุ่มศึกษาด้วยดัชนี “MedDiet” ซึ่งเป็นการให้คะแนนอาหารโดยพิจารณาจากการมีหรือไม่มีอาหารในกลุ่มเมดิเตอร์เรเนียน เช่น ผลไม้ ผัก ธัญพืชไม่ขัดสี พืชตระกูลถั่ว ถั่วเปลือกแข็ง เมล็ดพืช ปลา น้ำมันมะกอก ผลิตภัณฑ์นมบางชนิด สัตว์ปีก ปลา ในมื้ออาหารของกลุ่มศึกษา
ทีมวิจัยเลือกศึกษาอาหารเมดิเตอร์เรเนียนเนื่องจากมีหลักฐานว่าอาหารประเภทนี้ช่วยส่งเสริมสุขภาพสมอง
นักวิจัยพบว่าผู้ที่รับประทานอาหารเมดิเตอร์เรเนียนอย่างต่อเนื่องในระยะยาว มีความเสี่ยงในการเกิดภาวะสมองเสื่อมน้อยลงและมีประสิทธิภาพการทำงานของสมองที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้ที่มีความเสี่ยงทางพันธุกรรมสูงต่อโรคอัลไซเมอร์ ผลลัพธ์ที่ได้นี้สอดคล้องกันทั้งในกลุ่มผู้หญิงและผู้ชาย
ส่วนประกอบของอาหารที่ดูเหมือนจะมีส่วนช่วยมากที่สุดคือ ผลไม้ ถั่ว และไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว ซึ่งพบมากในน้ำมันมะกอกและอะโวคาโด
อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้มีข้อจำกัดบางประการ เนื่องจากผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่เป็นชาวอเมริกันที่สืบเชื้อสายมาจากชาวยุโรปและอยู่ในกลุ่มที่มีการศึกษาสูง ทำให้ยังไม่อาจสรุปได้แน่ชัดว่า ผลลัพธ์นี้จะประยุกต์ใช้กับประชากรกลุ่มอื่นได้หรือไม่
ที่มา : eatingwell.com
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



