วันที่ 18 มิ.ย. นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า สศช.อยู่ระหว่างทบทวนฉากทัศน์เศรษฐกิจไทยใหม่ในช่วงครึ่งปีหลัง เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และราคาน้ำมันในตลาดโลกที่เริ่มปรับลดลง หลังจากที่สหรัฐและอิหร่านมีการลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) สันติภาพร่วมกัน

ทั้งนี้ ในเบื้องต้นคาดว่าการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย (จีดีพี) ยังคงอยู่ในกรอบประมาณการเดิมที่เคยวางไว้ในสถานการณ์ที่ดีที่สุด (Best case) คือการขยายตัวของจีดีพีไทยจะอยู่ที่ 1.4–2% แต่อย่างไรก็ตามยังมีความไม่แน่นอนสูง เนื่องจาก MOU ของสหรัฐ-อิหร่าน มีช่วงเวลาเฝ้าระวังในอีก 60 วันข้างหน้า หากไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น เชื่อว่าสถานการณ์เศรษฐกิจโลกน่าจะเริ่มมีความชัดเจนและมีเสถียรภาพมากขึ้น

ขณะที่ในส่วนของราคาน้ำมันในตลาดโลก ยังต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดว่าจะลดลงได้มากหรือน้อยแค่ไหน เนื่องจากที่ผ่านมาโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมัน และแหล่งผลิตน้ำมัน ได้รับความเสียหายไปเป็นจำนวนมากในช่วงที่มีการสู้รบกันในตะวันออกกลาง  

“ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามอย่างระมัดระวัง คือสถานการณ์ความขัดแย้ง หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้น ก็อาจส่งผลให้ราคาน้ำมันดีดตัวกลับสูงขึ้นไปเหมือนเดิมได้อีกครั้ง ทำให้ สศช. ต้องมีการประเมิน และทบทวนสถานการณ์ใหม่เป็นระยะๆ” 

นายดนุชา กล่าวว่า ข้อกังวลเกี่ยวกับภาวะ Stagflation นั้น จากการประเมินพบว่าความเสี่ยงดังกล่าวเริ่มลดน้อยลง เนื่องจากแม้สถานการณ์ในตะวันออกกลางจะยังมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจอยู่บ้าง แต่สถานการณ์โดยรวมในปัจจุบันยังไม่ถือว่าเป็นปัญหาโดยตรงที่ส่งผลรุนแรงและต่อระบบเศรษฐกิจไทยจนเกิดภาวะ Stagflation