เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. 69 ที่รัฐสภา นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ สส.ระนอง พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ สภาผู้แทนราษฎร แถลงความคืบหน้าการประชุมในรอบ 1 เดือนที่ผ่านมา ว่า กมธ. ได้รับฟังปัญหาจากภาคประชาชนและสมาคมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) อย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็น สมาคม อบจ.แห่งประเทศไทย สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย และสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) แห่งประเทศไทย เพื่อนำประเด็นปัญหาในภาพรวมระดับประเทศมาเร่งแก้ไข โดยมุ่งเน้นที่ 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ ประเด็นที่ 1 การลดภาระค่าไฟฟ้าและแก้ปัญหา หม้อมิเตอร์ชั่วคราว นอกจากการพยายามลดภาระค่าใช้จ่ายเรื่องไฟฟ้าสาธารณะตามถนนหนทางของ อปท. ซึ่งได้รับความร่วมมือจากนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย ที่ลงมารับเรื่องด้วยตนเองและยินดีช่วยแก้ไขปัญหาแล้ว สิ่งที่ กมธ. ให้ความสำคัญสูงสุดในเรื่องไฟฟ้า คือปัญหาหม้อมิเตอร์ไฟฟ้าชั่วคราว ตามบ้านเรือนที่อยู่อาศัยที่ยังไม่มีเอกสารสิทธิ ประชาชนกลุ่มนี้ต้องแบกรับภาระค่าไฟสูงกว่ามิเตอร์ถาวรปกติถึง 1 เท่าตัว หม้อชั่วคราวจัดเก็บกว่า 8 บาทต่อหน่วย ขณะที่หม้อถาวรจัดเก็บกว่า 4 บาทต่อหน่วย หากสามารถแก้ไขประเด็นนี้ได้ จะช่วยลดรายจ่ายในภาคครัวเรือนของพี่น้องประชาชนได้อย่างมหาศาล ซึ่ง กมธ. จะเดินหน้าผลักดันและนำเสนอเรื่องนี้ต่อกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องต่อไป

นายคงกฤษ กล่าวต่อว่า ประเด็นที่ 2 ขอชะลอการบังคับใช้กฎกระทรวงเรื่องค่าธรรมเนียมขยะมูลฝอย ประเด็นนี้ถือเป็นการลดรายจ่ายของประชาชนเช่นกัน เนื่องจาก อปท. ประเมินว่าในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน ประชาชนยังมีรายได้ไม่เพียงพอ และท้องถิ่นเองก็ยังไม่พร้อมจัดเก็บค่าธรรมเนียมตามกฎกระทรวงฉบับใหม่ที่จะมีผลบังคับใช้ในเดือนพฤศจิกายน 2569 คณะ กมธ. จึงผลักดันให้มีการขอชะลอการบังคับใช้กฎกระทรวงดังกล่าวออกไปก่อนอีก 1 ปี เพื่อให้ อปท. มีเวลาหามาตรการบูรณาการการจัดเก็บรายได้ที่สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่ ซึ่งจะเป็นการช่วยเหลือทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนไปพร้อมกัน

นายคงกฤษ กล่าวว่า ประเด็นที่ 3 การแก้ไขข้อติดขัดเพื่อผลักดันศักยภาพโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) เพื่อยกระดับศักยภาพโรงพยาบาลให้สามารถรองรับการรักษาประชาชนได้อย่างทันท่วงที คณะ กมธ. พบว่าปัจจุบันการถ่ายโอนภารกิจจากกระทรวงสาธารณสุขยังคงไม่ครบถ้วน ทั้งในมิติของงบประมาณ บุคลากร และทรัพย์สิน รวมถึงปัญหาการขออนุญาตก่อสร้างในเขตพื้นที่รับผิดชอบต่างๆ กมธ. จึงมุ่งมั่นที่จะแก้ไขกฎระเบียบให้เป็นปัจจุบัน เพื่อให้ อบจ. สามารถบริหารจัดการ รพ.สต. และสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติฯ ในท้องถิ่นของตนเองได้อย่างเบ็ดเสร็จและมีประสิทธิภาพ

“ผลงานในรอบ 1 เดือนนี้สะท้อนถึงความตั้งใจของ กมธ. ที่จะทำทุกวิถีทางเพื่อพี่น้องประชาชนในท้องถิ่น หลังจากนี้ยังมีอีกหลายวาระเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการ โดยเฉพาะปัญหาการจัดการขยะมูลฝอยซึ่งเป็นวาระระดับชาติที่มีปัญหาในทุกจังหวัดและกำลังจะมีญัตติเข้าสู่การพิจารณา โดย กมธ. ยืนยันความพร้อมที่จะเดินหน้าทำงานอย่างเข้มข้นเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในทุกๆ สมัยประชุมต่อไป” นายคงกฤษ กล่าว.