เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกเอกสารชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีการปฏิบัติงานในวันเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ระดับประเทศ เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2567 หลังมีการเผยแพร่ภาพและเสียงของกรรมการ กกต. และเจ้าหน้าที่ขณะปฏิบัติหน้าที่จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคม โดยชี้แจงรายละเอียดใน 3 ประเด็นสำคัญ ดังนี้

ประเด็นแรก กรณีการนำเอกสารหรือโพยรายชื่อเข้าไปในสถานที่เลือก สว. กกต. ระบุว่าไม่เป็นความผิดตามกฎหมาย โดยศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางได้มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขแดงที่ อท 13/2568 เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2568 วินิจฉัยไว้อย่างชัดเจนว่า พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 38 วรรคหนึ่ง ห้ามเพียงการนำเข้าหรือใช้เครื่องมือสื่อสาร อุปกรณ์บันทึกภาพและเสียง หรืออุปกรณ์อื่นตามที่ กกต. กำหนดเท่านั้น แต่ไม่ได้มีข้อห้ามเรื่องการนำเอกสารหรือโพยที่จดหมายเลขผู้สมัครอื่นเข้าไปด้วย ดังนั้น เมื่อไม่มีกฎหมายกำหนดห้ามไว้ ผู้สมัครย่อมมีสิทธินำเอกสารใดๆ เข้าไปในเขตเลือกตั้งได้ และ กกต. ก็ไม่สามารถสั่งห้ามเด็ดขาดได้เช่นกัน (รายละเอียดปรากฏตามคำพิพากษา หน้า 30-31) ตาม QR Code แนบท้าย)

ประเด็นที่สอง กรณีข้อกล่าวอ้างที่ว่า พ.ต.อ.มนัส นครศรี ผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัด ได้แจ้งต่อเลขาธิการ กกต. ในวันเลือก สว. เวลา 08.29 น. ว่ามีกลุ่มบุคคลจัดทำโพยรายชื่อนั้น สำนักงาน กกต. ได้ทำการตรวจสอบเอกสาร บันทึกปฏิบัติงาน และภาพจากกล้องวงจรปิดทั้งหมดแล้ว ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่ามีการแจ้งเหตุดังกล่าวต่อเลขาธิการ กกต. ในเวลาดังกล่าวตามที่มีการอ้างอิง แต่พบว่า พ.ต.อ.มนัส ได้รายงานเหตุการณ์ดังกล่าวตามแบบราชการ (ผตล.จว. 2/1) ในวันที่ 28 มิถุนายน 2567 ซึ่งเป็นการรายงานหลังจากวันเลือก สว. ระดับประเทศผ่านไปแล้ว 2 วัน การพิจารณาเรื่องนี้ กกต. จึงต้องยึดตามพยานหลักฐานทางราชการที่ตรวจสอบได้เป็นหลัก

ประเด็นที่สาม มาตรการระงับยับยั้งในวันเลือก สว. ระดับประเทศ กกต. ชี้แจงว่า ตาม พ.ร.ป. ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาฯ มาตรา 59 ให้อำนาจ กกต. สั่งระงับ ยับยั้ง แก้ไข หรือยกเลิกการเลือกได้หากมีเหตุอันควรสงสัยว่าการเลือกไม่สุจริตเที่ยงธรรม ดังนั้น ในวันเลือก สว. ที่ประชุม กกต. จึงมีมติห้ามมิให้ผู้สมัครนำเอกสารใดๆ เข้าไปในบริเวณพื้นที่ลงคะแนนเลือกผู้สมัครกลุ่มอื่นในสายเดียวกัน เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย

ด้วยเหตุนี้ การที่ ดร.ฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ กรรมการการเลือกตั้ง ได้เข้าไปเก็บโพยหรือกระดาษที่ผู้สมัครพกติดตัวในวันดังกล่าว จึงเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามมติของ กกต. เพื่อยับยั้งการฝ่าฝืนแนวทางปฏิบัติ ไม่ใช่การกระทำความผิดตามกฎหมาย ซึ่งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางได้มีคำพิพากษารองรับจนเป็นที่ยุติแล้ว

สำนักงาน กกต. ระบุทิ้งท้ายว่า สำหรับการตรวจสอบข้อร้องเรียนและการกระทำความผิดของผู้สมัคร สว. ในกรณีอื่นๆ นั้น ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาตามอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งหากได้ข้อสรุปที่เสร็จสิ้นแล้ว จะดำเนินการเผยแพร่ให้สาธารณชนรับทราบต่อไป