จากประเด็นดราม่าร้อนระอุระหว่าง ออม-สุชาร์ และ พริม-ณัฐชา อดีตหุ้นส่วนธุรกิจเครื่องสำอาง ที่มีเรื่องถึงขั้นขึ้นโรงขึ้นศาล แต่เรื่องราวก็ยิ่งซับซ้อนขึ้นไปอีก เมื่อนักร้องสาว น้ำชา-ชีรณัฐ ได้ออกโพสต์สตอรี่ส่งกำลังใจให้ ออม พร้อมอิโมจิงูพิษ จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์หนักในโลกออนไลน์
เมื่อย้อนกลับไปในอดีต พบว่า น้ำชา-ชีรณัฐ และ พริม-ณัฐชา เคยเป็นพาร์ทเนอร์ทำธุรกิจเครื่องสำอางด้วยกันมาก่อน แต่ก็ต้องแยกทางกันในที่สุด ซึ่งเรื่องราวในครั้งนั้นจบลงด้วยความไม่ลงตัว จนน้ำชาเป็นฝ่ายชนะคดี ก่อนที่ปัญหาจะวนกลับมาอีกครั้งในรูปแบบของเพื่อนสนิทอย่าง ออม สุชาร์
โดยประเด็นดังกล่าว น้ำชา ได้เปิดใจเรื่องราวของเธอกับ พริม ว่า
“จริงๆ เรื่องของชา จบมาประมาณ 10 ปีแล้ว ณ ตอนนั้นเราไม่ได้เอาออกมาให้มันเป็นเรื่อง อยากให้จบเร็วที่สุด เพราะว่าไม่อยากข้องเกี่ยวกันอีกแล้วเลยไม่ได้เอาปัญหานี้ออกมาพูด แต่ ณ วันนี้ปัญหามันวกกลับมา ทุกอย่างมันชอตต่อชอต มันเป็นปัญหาที่เราเคยเป็นผู้ประสบภัย”

“สิ่งที่ออมเจอกับสิ่งที่ชาเจอ ค่อนข้างใกล้เคียงกันมากแบบชอตต่อชอตค่ะ คนที่ออมโทรฯ มาคุยคือชาค่ะ ออมได้โทรฯ มาถามประมาณว่าเคยทำงานด้วยกันกับพริมใช่ไหม ชาก็บอกว่าใช่แต่จบไปนานแล้ว เราก็เคลียร์กันจบไปแล้ว แต่อาจจะไม่ได้จบกันด้วยดี ซึ่งมันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ในการทำธุรกิจ หรือในการคบเพื่อนคนหนึ่ง บางคนก็เลิกกันดี บางคนก็เลิกกันไม่ดี แต่มันเป็นเรื่องจริงของชีวิตที่เรายอมรับกันได้”

น้ำชา เผยต่อว่า “ชากับคนนั้น (พริม) ไม่ได้เป็นเพื่อนกันมาก่อนค่ะ ไม่เคยเป็นเพื่อนกันมาก่อน ออมได้โทรฯ มาปรึกษาว่ามีเรื่องเกิดขึ้น ถามชาว่าเคยเจอหรือเปล่า สมัยที่ทำธุรกิจกับคนนั้น ชาเลิกไปตั้งแต่ปี 2561 บางเรื่องจะอาจจะพูดไม่เป๊ะ ช่วงที่ออมโทรฯ มาปรึกษาก็หลายเดือนแล้ว เราคุยกันมาตลอด”

“สำหรับสตอรี่ที่โพสต์ เราก็พูดกว้างๆ ระบุถึงใครไม่รู้ มันก็มีหลายแง่มุม ชาไม่สามารถไปอธิบายทุกคนได้ว่าชาเจออะไรมา คนเขาคิดยังไงกับสิ่งที่ชาพูด แต่ในฐานะที่เป็นเพื่อนของออม มันเป็นเรื่องของศีลธรรม ความถูกต้อง มิตรภาพ ความซื่อสัตย์ที่ชารู้สึกว่าในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง ต่อให้ไม่ใช่ออม แต่ถ้าเราสามารถช่วยคนคนนั้นได้ ทำให้เขาโอเคขึ้นในสิ่งที่เขาประสบ เราก็ยินดีที่จะช่วยเหลือ”

น้ำชา เผยอีกว่า “ไม่ได้อยากบอกว่าชาอยู่ข้างใคร แต่สิ่งที่ทำได้คือแชร์ประสบการณ์ได้ว่าชาเคยพบอะไรบ้าง เจออะไรมาบ้างแล้ว ชาจะทำให้สิ่งที่เธอเจออยู่เนี่ย มันทุเลาได้อย่างไรในเวย์ที่แฟร์และถูกต้อง ชาเชื่อเรื่องกฎหมายว่ายุติธรรมพอ เชื่อเรื่องหลักฐานศีลธรรม”

“ย้อนกลับไปวันนั้น ชาทำธุรกิจกับเขาเพราะความเชื่อใจ ซึ่งหลังจากที่ชาโพสต์ แล้วเขาพูดในรายการโหนกระแสว่าชาต้องการไรอีก ไม่มีอะไรให้เคลียร์แล้วค่ะ เรื่องชากับเขามันเคลียร์ไปแล้วไม่มีอะไรอยากจะข้องเกี่ยวกันทั้งคู่ แต่เราออกมาปกป้องเพื่อนในสิ่งที่เราควรปกป้อง ก็ส่งพลังให้ รู้ว่ามันเครียดมาก ไม่มีใครชอบตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ ทำได้เท่านี้ เพราะเรื่องของชาจบไปแล้ว ก่อนที่ออมจะออกรายการ ก็ได้มีการส่งกำลังใจให้กัน เชื่อว่าออมจะผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปได้”
“สุดท้ายเรื่องจะจบลงยังไงก็ขึ้นอยู่กับเขาทั้งคู่ แต่ถ้าถามชา ชาก็อยากจบแบบแฟร์ทั้งสองฝ่าย และอยากให้เอาความถูกต้องมากางเพราะส่วนใหญ่ก็จะพูดว่าตัวเองถูกต้องอยู่แล้ว ไม่มีใครมาบอกว่าตัวเองผิด ชาว่าเอาความจริงมาคุยกันเลยดีกว่า ชามั่นใจว่ายังไงกฎหมายคุ้มครองคนดี”


ขอบคุณภาพจาก : namcha_tea



