เมื่อวันที่ 20 ก.ย. ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำป่าสัก ช่วงบริเวณจุดบรรจบแม่น้ำหน้าวัดพนัญเชิงวรวิหาร ต.คลองสวนพลู อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ระดับน้ำเพิ่มสูงกว่า 50 เซนติเมตร และระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น ได้เริ่มส่งผลกระทบกับโบราณสถานป้อมเพชร พบว่าระดับน้ำสูงขึ้นไหลแรงจนล้นและไหลเข้าท่วมโบราณสถานแล้ว โดยระดับน้ำมีความสูงประมาณ 5-10 ซม. บางจุดลึกถึง 20-30 ซม. โดยกรมศิลปากรระดมคนงานกว่า 50 คน เข้าวางแนวกระสอบทราย สูง 50 ซม. และเตรียมติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อสูบออกจากโบราณสถาน และหากระดับน้ำเพิ่มขึ้นจะเพิ่มแนวกระสอบทรายขึ้นอีก

ขณะเดียวกัน นายพีรธร นาคสุข ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาอยุธยา นายปิยชนินทร์ สุนทรเนตร เจ้าพนักงานตรวจท่า พร้อมด้วย ตัวแทนจากสำนักงานโครงการชลประทานจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ชมรมผู้ประกอบการขนส่งสินค้าทางน้ำ ผู้ประกอบการเรือ และผู้ประกอบการท่าเทียบเรือ เข้าร่วมประชุม/หารือ การเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำ ในการนี้ กรมชลประทานโดยผู้แทนโครงการชลประทานจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้ให้ข้อมูลการประเมินสถานการณ์น้ำของปี 2568 จากสภาพอากาศโดยอุตุนิยมวิทยา เพื่อเตรียมการรองรับสถานการณ์ความปลอดภัยในการเดินเรือ โดยแจ้งให้ผู้ประกอบการขนส่งทางน้ำ ผู้ประกอบการท่าเทียบเรือ คนประจำเรือ ได้เตรียมความพร้อมเพื่อรองรับสถานการณ์น้ำที่อาจเกิดขึ้น และเตรียมความพร้อมในการหยุดการจราจรหากสถานการณ์น้ำถึงขีดจำกัด

นายพีรธร นาคสุข ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาอยุธยา กล่าวว่า ปริมาณน้ำไหลผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท อยู่ที่ 2,200 ลบ.ม./วินาที หากมีการเพิ่มการระบายน้ำท้ายเขื่อนตั้งแต่ 2,500 ลบ.ม. ต่อวินาทีขึ้นไป จะสั่งให้ผู้ประกอบการเดินเรือหยุดการจราจรทางน้ำ งดการขนส่งทางน้ำไปก่อนเพื่อความปลอดภัย และกำชับให้เรือลากจูงในแม่น้ำเจ้าพระยา ระมัดระวังในการเดินเรือ เนื่องจากขาขึ้นเป็นเรือหนักวิ่งสวนน้ำ ได้ปรับให้เหลือ 3 พ่วง ขาล่องเป็นเรือเบาให้วิ่งหลีกกัน ส่วนการควบคุมการจราจรเข้ม มีการติดตามสถานการณ์น้ำทุกวันตามท่าเทียบเรือต่างๆ ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ประจำคอยดูแลความปลอดภัย เป็นห่วงเด็กนักเรียนช่วงเช้าและช่วงเลิกเรียน จะมีเจ้าหน้าที่ไปประจำท่าเทียบเรือ ท่าเรือข้ามฝาก เนื่องจากตอนนี้กระแสน้ำเริ่มแรง ต้องดูแลเรื่องความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด



