“พรรคภูมิใจไทย” ในเวลานี้กลายเป็นศูนย์กลางทุกความเคลื่อนไหว เปรียบเสมือน “พยัคฆ์ติดปีก” ถนนทุกสายของการเมืองมุ่งหน้าสู่ “ค่ายสีน้ำเงิน” นักการเมืองจำนวนมากรับรู้ทิศทาง และเตรียมย้ายเข้ามาเสริมทัพ หลังจากก่อนหน้านี้มี 8 สส. “พรรคเพื่อไทย” เปิดตัวย้ายเข้า “ภูมิใจไทย”แล้ว และยังมีกระแสข่าวว่าอีก 50 สส. เตรียมย้ายตามทันทีหลังการยุบสภา
พื้นที่ภาคใต้ถือเป็นสมรภูมิใหญ่ที่ “พรรคภูมิใจไทย” กำลังรุกเต็มกำลัง เริ่มจากบ้านใหญ่ชุมพร นำโดย “สส.ลูกหมี” ชุมพล จุลใส พร้อมทีม สส.ชุมพร ประกาศเข้าร่วม “พรรคภูมิใจไทย” หลังมีภาพ “เอกนัฏ” พร้อมพันธุ์ ลาออกจากตำแหน่ง “เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ” อย่างเป็นทางการ
ต่อเนื่องกันยังมีการเตรียมเปิดตัวบ้านใหญ่ “กาญจนะ” จ.สุราษฎร์ธานี และ “โกหนอ” สมชาย โล่สถาพรพิพิธ ที่ดูแลพื้นที่ตรังและมี สส.ในสังกัด 2 คน เช่นเดียวกับกลุ่มของ “นิพนธ์” บุญญามณี ที่จะพาลูกชาย “สรรเพชญ” บุญญามณี สส.สงขลา และ “สมยศ” พลายด้วง สส.สงขลา ย้ายเข้าสู่ “พรรคภูมิใจไทย” ด้วย เพื่อสู้ศึกเลือกตั้งครั้งหน้า
เป้าหมาย “พรรคภูมิใจไทย” ในภาคใต้ตั้งไว้ไม่ต่ำกว่า 30 ที่นั่ง และตั้งเป้าทั่วประเทศไม่ต่ำกว่า 120 ที่นั่ง สร้างแรงกดดันอย่างหนักต่อพรรคคู่แข่ง
ขณะเดียวกัน “พรรคประชาชน” เตรียมตัวเข้าสู่สนามเลือกตั้งเต็มที่ทุกสำนักโพลยังคงยกให้เป็น “เต็งหนึ่ง” เพราะมีฐานสนับสนุนแข็งแกร่ง โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่ต้องการเห็นการเมืองเปลี่ยนแปลง
“หัวหน้าเท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ประกาศชัด “พรรคส้ม” เตรียมพร้อมเต็มที่ถึงขั้นวางตัวคณะรัฐมนตรีล่วงหน้า และจะส่งแคนดิเดตนายกฯ เกิน 1 คน เพื่อปิดช่องว่างความผิดพลาดจากการเลือกตั้งที่ผ่านมา หลังเคยมีเสียงข้างมาก แต่ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้
ขณะที่พรรคต่างๆ กำลังเร่งเดินหน้า “พรรคเพื่อไทย” กลับอยู่ในสภาพเปราะบางที่สุด จากพรรคที่เคยตั้งเป้าเป็นเบอร์หนึ่งของประเทศ กำลังเสี่ยงจะกลายเป็นเพียงพรรคขนาดกลาง หรืออาจถึงขั้น “ล่มสลาย” หลัง “นายใหญ่” ทักษิณ ชินวัตร ผู้นำทางจิตวิญญาณถูกศาลฎีกาฯพิพากษาจำคุก 1 ปี
สถานการณ์นี้ทำให้ “คุณหญิงพจมาน” ดามาพงศ์ ผู้มีอิทธิพลสูงสุดในพรรค ต้องออกหน้าเอง ลงมาเจอกับสส. พร้อมกล่าวให้กำลังใจด้วยคำสั้นๆ แต่มีพลังว่า “สู้ๆ นะคะ” เพื่อหยุดยั้งกระแสเลือดไหลออก
พร้อมกันนี้ยังมีการปล่อยชื่อ “ณัฐพงศ์” คุณากรวงศ์ ลูกเขยของ “ทักษิณ” ออกมาเป็นแคนดิเดตนายกฯคนต่อไป แม้เจ้าตัวจะตอบเพียงสั้นๆ ว่า “ยังไม่ได้คิดเรื่องนี้” แต่การไม่ปฏิเสธก็ยิ่งทำให้กระแสข่าวแรงขึ้นทันที
“เสี่ยอ้วน” ภูมิธรรม เวชยชัย มือขวาของ “ทักษิณ” รีบออกมารับลูกทันที โดยระบุว่าหากสังคมและฐานเสียงสนับสนุน ก็พร้อมจะพูดคุยกับครอบครัว “ชินวัตร” เพื่อดัน “ณัฐพงศ์” ขึ้นเป็นผู้นำประเทศในการเลือกตั้งครั้งหน้า สืบทอดอำนาจต่อจาก “อิ๊งค์” แพทองธาร ชินวัตร
การขยับของ “คุณหญิงพจมาน” และ “ลูกเขยนายใหญ่” สะท้อนสัญญาณชัดเจนว่า “ตระกูลชินวัตรยังไม่ถอย” แม้จะสามารถหยุดกระแสเลือดไหลของ สส.ได้บ้าง แต่มีทั้งแต้มบวกและแต้มลบในคราวเดียวกัน
ด้านบวก คือการแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะฟื้นฟู “พรรคเพื่อไทย” และรักษาฐานเสียงเดิมไว้ ขณะที่ด้านลบกลับเป็นความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะบทเรียนในอดีตของ “ตระกูลชินวัตร” ทั้งคดีความ การหนีคดี และท้ายสุด “นายใหญ่” ต้องกลับมาติดคุก
นอกจากนี้ การดัน “ลูกเขยทักษิณ” ซึ่งไม่มีประสบการณ์ทางการเมือง ขึ้นมานำพรรค อาจซ้ำรอยความล้มเหลวแบบเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นกับการผลักดัน “แพทองธาร” ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในครั้งที่ผ่านมา
ทั้งหมดนี้คือเดิมพันครั้งใหญ่ของพรรคเพื่อไทยและตระกูลชินวัตร ที่จะต้องตัดสินใจให้ชัดว่า จะสามารถ “ฟื้นกลับมาอย่างยิ่งใหญ่” หรือจะ “จบเกมการเมืองไทยอย่างถาวร”



