จากกรณี คนร้ายใช้อาวุธปืนยิง นายศรายุทธ นกจั่น หรือเก่ง อายุ 24 ปี เจ้าหน้าที่สมาคมอยุธยารวมใจ หน่วยกู้ภัยอยุธยา จุดบ้านแพรก (รหัส 318) เสียชีวิต บริเวณถนนเลียบคลอง หมู่ที่ 5 ต.คลองน้อย อ.บ้านแพรก จ.พระนครศรีอยุธยา ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุม นายวชรวิทย์ หรือ “โจ้” (สงวนนามสกุล) อายุ 31 ปี มือปืนที่ก่อเหตุ ให้การรับสารภาพพร้อมกับซัดทอดว่า นายภานุพงษ์ หรือปอนด์ (สงวนนามสกุล) อายุ 31 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 ต.คลองน้อย อ.บ้านแพรก จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นผู้ว่าจ้าง และจัดหาอาวุธปืนให้ จึงได้ขอหมายศาลติดตามไปจับกุมตัว ตรวจค้นบ้านพักหาพยานหลักฐาน โดยผู้ใหญ่ปอนด์ ยังให้การปฏิเสธ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 20 ก.ย. ที่ สภ.บ้านแพรก จ.พระนครศรีอยุธยา ญาติของผู้ต้องหาทั้งสอง ต่างพากันมาเยี่ยมยังห้องคุมขังโรงพัก แต่ทางเจ้าหน้าที่ไม่อนุญาต และให้เพียงฝากอาหารและน้ำดื่มไว้ให้ได้เท่านั้น โดยภรรยาของ นายโจ้ กล่าวเพียงว่า ไม่รู้เรื่องที่สามีไปก่อเหตุ รู้เพียงว่าไปช่วยงานผู้ใหญ่ปอนด์ เพราะเป็นเพื่อนกัน วันเกิดเหตุเห็นว่าสามีไปช่วยงาน จะกลับมาสาย ๆ ของอีกวัน กระทั่งมาทราบว่าถูกจับมายังโรงพักแล้ว

ต่อมาเวลา 11.00 น. พ.ต.อ.ชนะ ธีรศรัณยานนท์ ผกก.สภ.บ้านแพรก จ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วยพนักงานสอบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ได้ควบคุมตัว นายวชรวิทย์ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ บริเวณที่เกิดเหตุ และหน้าบ้านผู้ใหญ่ปอนด์ ซึ่ง นายวชรวิทย์ ให้การเป็นประโยนช์ต่อรูปคดี โดยอ้างว่าตนเองตกงานไม่มีเงินซื้อนมให้ลูก รวมทั้งจ่ายค่าน้ำค่าไฟ แต่ฝ่ายผู้ใหญ่ปอนด์ ได้ให้ความช่วยเหลือ จึงตัดสินใจทำงานต่าง ๆ ให้ วันเกิดเหตุ ผู้ใหญ่ปอนด์ บอกว่า “..ให้เล่นนายเก่งให้หน่อย..” พร้อมกับนำปืนมาให้ลงมือก่อเหตุ

โดยที่ตนไม่เคยรู้จักหรือไปมีเรื่องกับนายเก่งมาก่อน คิดว่าน่าจะขัดแย้งกันเรื่องส่วนตัว ซึ่งหากตนรู้ว่าเป็นเรื่องปัญหาเงินประกันชีวิต ตนจะไม่ทำเป็นอันขาด เมื่อก่อเหตุเสร็จก็ไม่ติดต่อกับผู้ใหญ่ปอนด์เลย เพื่อให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้ อย่างไรก็ตาม ก่อนจะถูกจับกุม ผู้ใหญ่ปอนด์ยังได้มาชักชวนให้ภรรยาของตนเองทำประกันชีวิต แต่ภรรยาตนเองปฏิเสธไป และตนเองเริ่มมีความกังวลด้วยว่าอาจจะถูกผู้ใหญ่ปอนด์ ปิดปาก ก่อนที่จะก่อเหตุตนเองได้เสพยาบ้าไปจำนวนหนึ่งเพื่อให้เกิดความกล้าด้วย โดยหลังทำแผนแล้วเสร็จ ตำรวจได้คุมตัวผู้ต้องหาไปฝากขังยัง ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ผู้สื่อข่ารายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ทราบว่านายปอนด์ ได้มีการชักชวนทำประกันชีวิตให้กับชาวบ้านหลายคน ส่วนใหญ่จะเป็นการทำประกันให้กับคนยากจน ผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วยติดเตียง ให้เหตุผลในการชักชวนว่า หากมีการเสียชีวิตจะได้เงินในการจัดการงานศพ และใช้จ่ายให้กับคนในครอบครัว ซึ่งมีผู้เสียชีวิตไปแล้วจำนวน 3 ราย มีบางรายเสียชีวิตด้วยสาเหตุของการจมน้ำเสียชีวิต เจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง.



