เมื่อวันที่ 20 ก.ย. ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านชุมชนเขาไผ่ ซอย “เสม็ดแดง” เขตเทศบาลเมืองมาบตาพุด ต.มาบตาพุด อ.เมือง จ.ระยอง ว่ามีอาคารเอนกประสงค์ขนาดใหญ่ของชุมชน ถูกปล่อยทิ้งร้างเกือบ 20 ปีเต็ม ไม่เคยนำมาใช้ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ ทั้งที่เป็นที่ดินสาธารณะประโยชน์ที่ชาวบ้านใจบุญมอบให้ แต่กลับถูกเทศบาลปล่อยปละละเลยจนทรุดโทรมพังยับเยิน
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบถึงกับผงะ เมื่อเห็นสภาพอาคาร 2 ชั้นที่เคยสร้างอย่างโอ่อ่า งบก่อสร้างไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท ปัจจุบันกลายเป็นซากปรักหักพัง หลังคารั่ว ฝ้าเพดานพังถล่ม มูลนกกองเกลื่อน มีกลิ่นเหม็นคละคลุ้งทั่วอาคาร ภายในยังพบซากนกตายเน่า น้ำขัง และคราบสกปรกเต็มไปหมด ส่วนชั้นล่างถูกใช้เพียงเป็นที่เก็บโต๊ะ เก้าอี้ และของบริจาคจากโรงงานต่าง ๆ เอาไว้ให้ชาวบ้านมายืมใช้
นางน้ำผึ้ง อายุ 54 ปี ชาวบ้านผู้รับหน้าที่ดูแลกุญแจ เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า อาคารดังกล่าวสร้างขึ้นตั้งแต่ปี 2547 บนที่ดินเนื้อที่ 71 ตารางวา ซึ่งพ่อสามีของตนเป็นผู้มอบให้เพื่อประโยชน์ส่วนรวม แต่ตั้งแต่สร้างเสร็จจนปัจจุบัน กลับไม่เคยถูกนำมาใช้ทำกิจกรรมใด ๆ เลย นอกจากเก็บของชุมชน “ครอบครัวเราใจบุญยกที่ให้ชุมชน หวังจะให้ลูกหลานได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน แต่วันนี้กลับกลายเป็นตึกร้างพังยับไร้คนเหลียวแล เจ็บใจแทนผู้มอบที่ดินจริง ๆ”
ชาวบ้านอีกหลายคนยืนยันตรงกันว่า อาคารดังกล่าวมีความโดดเด่น เคยถูกคาดหวังว่าจะเป็นศูนย์รวมกิจกรรม แต่กลับกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์หนูและนก ทำให้ชุมชนเสียโอกาส ขณะที่งบประมาณก่อสร้างหลายล้านเหมือนถูกโยนทิ้งไปเปล่า ๆ ทั้งที่เทศบาลเมืองมาบตาพุดมีหน้าที่ดูแล แต่กลับไม่เคยลงมาทำความสะอาด ซ่อมแซม หรือจัดการใด ๆ ปล่อยให้พังทลายเป็นตึกร้างสร้างความเสื่อมเสีย
ด้านนายภิรมย์ ชาละวัน ประธานชุมชนเขาไผ่ เล่าเพิ่มเติมว่า อาคารแห่งนี้สร้างขึ้นมาเกือบ 20 ปีแล้ว แต่ไม่ค่อยได้ถูกนำมาใช้ เนื่องจากพื้นที่รอบอาคารไม่มีที่จอดรถเพียงพอ อีกทั้งสภาพเริ่มผุพังไปตามกาลเวลา “ตอนนี้ผมและชาวบ้านได้รวบรวมรายชื่อยื่นเรื่องไปยังเทศบาล ขอให้เร่งซ่อมแซมปรับปรุงอาคาร เพราะถึงแม้จะปล่อยทิ้งไว้เป็นสิบปี แต่โครงสร้างยังแข็งแรง หากได้รับการบูรณะจริงจัง ก็สามารถกลับมาใช้จัดกิจกรรมของชุมชนได้ ดีกว่าปล่อยรกร้างว่างเปล่าแบบนี้” นายภิรมย์ กล่าว
ทั้งนี้ ชาวบ้านต่างเรียกร้องเสียงแข็งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะเทศบาลเมืองมาบตาพุด ให้เร่งเข้ามาซ่อมแซมและใช้ประโยชน์อาคารตามเจตนารมณ์ของผู้มอบที่ดิน ไม่ใช่ปล่อยให้กลายเป็นซากรกร้างสิ้นเปลืองภาษีประชาชน พร้อมทั้งขอให้ตรวจสอบว่าเหตุใดจึงไม่มีการบริหาร






