เมื่อวันที่ 20 ก.ย. นางปทิดา ตันติรัตนานนท์ ส.ส.สุรินทร์ เขต 8 พรรคภูมิใจไทย ได้เดินทางไปเยี่ยมครอบครัวของนายสุธี บุญแต่ง อายุ 60 ปี และนางสะทน กันภัย อายุ 63 ปี อยู่บ้านเลขที่ 159 บ.โจรก ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ พร้อมกับติดตามความคืบหน้าของการก่อสร้างบ้านหลังใหม่ ที่สร้างตรงข้ามบ้านหลังเดิมที่พังเสียหายจากจรวด BM 21 ของกัมพูชายิงถล่มใส่เมื่อวันที่24 ก.ค.68 ที่ผ่านมา จนทำให้ น้องน้ำโขง หลานชายวัย 8 ขวบเสียชีวิต พร้อมกับนายบัณฑิต อุ่นจิตร อายุ 34 ปี รวม 2 ศพ

สำหรับบ้านหลังใหม่ดังกล่าวได้รับงบประมาณจากหลายภาคส่วน โดยเฉพาะจากกระทรวงศึกษาธิการ ในการให้งบประมาณก่อสร้าง และดำเนินงานโดยวิทยาลัยเทคนิคสุรินทร์ ภายใต้โครงการ Fix it Center (จิตอาสา) สร้างบ้านเรือนและซ่อมแซมทรัพย์สิน เยียวยาผู้ประสบภัยชายแดน ไทย-กัมพูชา ประจำปี 2568 ซึ่งการก่อสร้าง เหลือเพียงใส่ประตูหน้าต่างและเก็บรายละเอียดตัวบ้านและรอบบ้าน อีกประมาณ 1 สัปดาห์ก็แล้วเสร็จ

นางปทิดา ตันติรัตนานนท์ ส.ส.สุรินทร์ เขต 8 พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ตอนนี้ประชาชนอพยพกลับมาบ้านแล้ว แต่วิถีชีวิตก็ไม่สามารถดำเนินชีวิตปกติเหมือนเดิม เนื่องจากสถานการณ์ยังไม่ปกติ ซึ่งนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ก็ได้พูดให้ความชัดเจนกับพี่น้องประชาชนว่าท่านยังไม่มีแนวความคิดที่จะเปิดด่าน ซึ่งตั้งแต่ที่เราพบชาวบ้านมาตลอด ชาวบ้านตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่อยากเปิดด่าน เพราะทุกคนยังมีความไม่ค่อยจะเชื่อใจว่าประเทศข้างบ้านเราจะเป็นยังไงต่อ แต่ชาวบ้านก็ดีใจที่นายกรัฐมนตรีออกมาพูดท่านจะไม่เปิดด่าน

ส่วนการเยียวยาต่างๆ ต้องรอจากรัฐบาลที่จะอนุมัติการเยียวยาครัวเรือนละ 5 พันบาท ก็ต้องขอฝากเป็นเสียงเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ตามแนวชายแดนที่ได้รับผลกระทบว่า ฝากขอรัฐบาลได้เร่งจ่ายเงินเยียวยาครัวเรือนละ 5 พันบาทให้ประชาชน เพราะประชาชนที่อพยพไป 2 สัปดาห์กว่า ไม่ได้ทำมาหากิน รายได้ก็ยังไม่มี หลังจากที่กลับมาก็ไม่มีผลผลิตอะไร ต้องรอทางรัฐที่จะดูแลเรื่องเงินเยียวยาดังกล่าวให้กับพี่น้องตามแนวชายแดน บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลฯ ฝากให้ช่วยเร่งรัดให้ด้วย และก็ทราบว่าทางอำเภอน่าจะทำเรื่องเรียบร้อยไปแล้ว และน่าจะถึงจังหวัดแล้ว ก็คงต้องฝากให้ทางหน่วยงานภาครัฐช่วยจัดสรรและเร่งรัดเงินเยียวยากลับมาให้พี่น้องได้มีเงินจับจ่ายใช้สอยในครัวเรือน

ด้านนางสะทน กันภัย อายุ 63 ปี ย่าของน้องน้ำโขงผู้เสียชีวิต กล่าวว่า กรณีที่ ผบ.เหล่าทัพเห็นชอบที่จะปิดด่านชายแดนจนกัมพูชาสิ้นสภาพเป็นภัยคุกคาม ตนก็เห็นดีด้วย ชาวบ้านก็สามารถปลูกผักกินกันเองไม่เดือดร้อนไม่อด ตนไม่อยากให้อภัยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะมันเจ็บปวดตลอดเวลา เวลาคิดถึงหลานก็เห็นภาพเหตุการณ์วันนั้นเลย เจ็บมาก เขาทำรุนแรงเกินไป ถ้าตรงนี้มีฐานทหารก็ไม่ว่า แต่ไม่มีเลย เป็นหมู่บ้านยังยิงเข้ามาใส่ ลืมไม่ลง นอนไม่หลับ คิดถึงหลานตลอดเวลาถ้ามีเพื่อนอยู่เยอะก็ไม่เป็นไร ถ้าอยู่คนเดียวก็คิดถึงหลาน เห็นเด็กๆ วิ่งเล่นก็คิดถึงหลาน ไม่อยากให้เปิดด่าน โหดร้ายมาก กัมพูชา ไม่มีศีลธรรม อยากให้ทหารเอาปราสาทตาควาย ดินแดนต่างๆ ของไทยมาคืนให้หมด