เจอปัญหามรสุมชีวิตที่หนักหนาเอากัน สำหรับหนุ่มอารมณ์ดี “บอย ภิษณุ” หรือ “บอย พิษณุ” ชื่อเดิม ที่ล่าสุดยอมรับว่าสุดทางเลือกต้องปิดจบความรักกับอดีตภรรยาต่างชาติ รวมไปถึงงานหด ธุรกิจพัง โชคดียังมีพลังงานดีๆ “ต้นหอม ศกุนตลา” ช่วยเป็นสายซัพพอร์ตทำให้ผ่านคลื่นชีวิตหัวใจมาได้ พร้อมตั้งหลักกับธุรกิจเดิมขายแซลมอนออนไลน์ monboy แบบไร้พาร์ทเนอร์หลังเคยเป็นปัญหาดรามาเช่นที่ผ่านมา งานนี้เปิดใจปัญหาชีวิตผ่านรายการ”โต๊ะหนูแหม่ม” ช่องเวิร์คพอยท์หมายเลข23 พร้อมเล่าว่ากระแสข่าวที่ผ่านมาเจอคอมเมนต์เชิงลบถึงขั้นจิตตก ต้องกินยาเสริมภูมิให้กับตัวเองอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ผ่านสถานการณ์เลวร้ายในหัวใจไปให้ได้

บอย เผยว่า “เรื่องกลับมามีงานละครแล้วในรอบหลายปี ดีใจมาก เกือบ5ปีที่ไม่มีงานละคร ที่ไม่ได้เล่นละครเลย เรื่องใหม่เราจะอยู่ในแก๊งพระเอก เป็นรุ่นพี่อยู่ในแก๊ง มีณเดชน์ มีเจมส์ มาร์ มีน้องแก๊ป จักริน แต่ละครเขาเป็นวัยรุ่นอ่ะ กล้ามแน่นๆแล้วไอ้ลุงคนนี้จะไปปล่อยตัวไม่ได้นะ เขาให้เล่นเป็นรุ่นพี่ก็ดีแล้วดีกว่าไปเล่นเป็นลุงเขา (หัวเราะ) ก็เลยต้องดูแลตัวเองให้มันดีหน่อย มาทำงานก็สดชื่นครับ คิดถึงบรรยากาศเก่าๆ พอไม่ได้ทำมันก็รู้สึกคิดถึง สิ่งที่เคยทำบ่อยๆเมื่อก่อนปีละ2-3เรื่อง ทำจนแบบว่าขอพักบ้างดีกว่า พอหายไปมันคิดบรรยากาศในกอง คิดถึงช่างไฟ ตากล้อง สวัสดิการ ผู้กำกับ มันเป็นบรรยากาศที่สนุกสนาน แต่เข้าใจทุกอย่างมันเปลี่ยน ทุกช่องก็ปรับเปลี่ยน ไปตามสมัย สายวาย ยูริ แนวตั้ง”
“ส่วนที่ผ่านมาดรามาไม่มีงาน อ่านคอมเมนต์เยอะจนถึงขั้นจิตตกคือผมเคยคิดหนัก ในช่วงที่ผมมีข่าวเยอะๆ ช่วงที่มันวุ่นวายที่ผ่านมา แล้วเผลอไปอ่านคอมเมนต์ ซึ่งคอมเมนต์เองมันเป็นคอมเมนต์ไปในเชิงลบ เหมือนเราคิดไปเองแล้วไปอ่านข่าว ไม่ว่าจะเป็นข่าวงานน้อย ซึ่งเราก็ไม่ได้มีเจตนาที่จะออกมาบ่นหรือว่าอะไร นักข่าวถามผมว่าช่วงนี้เป็นยังไง ผมก็แค่ตอบไปว่าช่วงนี้มันแย่ งานน้อยมากเลยแล้วรายได้มันหดหายไป 90% มันก็เจอคอมเมนต์ที่บอกว่าออกมาบ่นทำไม เขาเป็นกันทั้งประเทศดูคนที่เค้าแย่กว่าเราซิ ดูชาวบ้านซิเขาจะอยู่กันไม่ได้แล้ว เขาไม่มีเงิน เป็นดารามีชีวิตดีกว่าคนอื่นเยอะแยะ แล้วจะออกมาบ่นทำไม คือผมไม่ได้บ่นครับ นักข่าวมาถาม เราก็อยู่ตรงนี้ เราก็ตอบเพราะเราเป็นคนในวงการบันเทิง ตอนนั้นมันนอยด์ไปเลยครับ ผมนอยด์ไปพักใหญ่ จนต้นหอมมันมาด่าผมว่าอีบอยมึงไม่ต้องไปอ่าน ถ้ามึงไม่แข็งแรงพอมึงไม่ต้องไปอ่าน มึงให้กูอ่านหนิเดี๋ยวกูจัดการเอง (หัวเราะ) คือคุณเพื่อนเขาจะเป็นคนแรงมาแรงกลับไงครับ”

“ผมถึงขั้นต้องไปพบแพทย์ ใช้จิตแพทย์ช่วยในการประคองชีวิตเพราะมันเสียเซลฟ์ไปพักใหญ่ แต่จริงๆผมพบแพทย์มาจะ2ปีแล้วครับ ด้วยเหตุผลหลายอย่างครับ เรื่องปัญหาชีวิตหลายอย่างที่มันเข้ามา และมันตั้งรับกับชีวิตไม่ทัน ทุกเรื่องทุกราวมันถาถมเข้ามา กายจากที่เคยเป็นคนร่าเริง คนที่รู้จักผมจะรู้ว่าผมเป็นคนปล่อยมุกตลกสนุกสนาน ร่าเริงดูเอ็นเตอร์เทนข้างนอก แต่ข้างในผมมันไม่ได้ ตัวเองต้องจัดการกับตัวเอง ซึ่งเราจัดการตรงนี้เองไม่ได้มันคิดอะไรวนๆ ผมก็เดอะแบกคนนึงครับ แต่ถ้าเรื่องแบกผมไม่รู้สึกท้อกับมันหรอก เราเกิดมาแบบนี้เราพอใจที่จะเป็นเดอะแบก มันเป็นแบบนี้มานานแล้วมันช่วยอะไรไม่ได้ มันเปลี่ยนอะไรไม่ได้ เพราะธรรมชาติของเราเราต้องเป็นคนดูแลคนในครอบครัวให้ดีที่สุด ปัญหามันไหลย่างมันแก้ด้วยตัวเองไม่ได้ เลยต้องไปหาคุณหมอนิดนึง”
“เรื่องหาหมอก็ต้องหาครับ เดี๋ยวถ่ายรายการเสร็จวันนี้ก็ต้องไปหา พยายามจะทำให้ตัวเองดีขึ้นเนอะ (แล้วมันต้องกินยาตลอดมั้ย) พยักหน้าประกอบ มันเป็นปัญหาเพราะเคมีตก ต้องกินยา ถ้ามันขาดยาก็จะกลับมาคิดวนเรื่องเดิม บ้างวันลืมกินกลางคืน พอเช้ามาจะคิดตกว่าเกิดอะไร ภูมิตก ไม่อยากเจอคนไม่อยากออกไปไหน ไม่อยากพบใครไม่อยากทำอะไร ก็พยายามทานยาให้ตรงเวลา แต่ผมก็คิดว่ามันไม่ใช่ปัญหาอะไรมากครับ ผมก็มั่นใจว่าวันนึงถ้าผมพยายามแก้ปัญหาบ้างจุดในชีวิตได้ ผมก็คงไม่ต้องกินมันเท่านั้นเอง พยายามหาอยู่ว่าปัญหามันอยู่ตรงไหนครับ กำลังคิดอยู่ เอาที่ละอย่างซึ่งมันอาจจะมีเยอะ ก็ค่อยๆดูกันไป ถามว่าตอนนี้กลับมาเป็นบอย คนเดิมกี่เปอร์เซนต์แล้ว โอ้โห้..ผมคิดว่ากลับมาได้ซักประมาณ70 เปอร์เซนต์”




