แต่ผู้พิทักษ์ป่าเรามีไม่พอ… ผู้พิทักษ์ป่า 1 คน จะต้องดูแลป่ากว่า 5,000 ไร่
มีรายงานว่า ด้วยงบประมาณที่จำกัด จึงไม่สามารถจ้างผู้พิทักษ์ป่าได้เพียงพอ ถ้าไม่มีอัตราบรรจุเป็นข้าราชการ ก็ต้องจ้างงานแบบ TOR ปีต่อปี ซึ่งมีเงินเดือนต่ำ และขาดสวัสดิการ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีอาสาสมัครจากชุมชนรอบ ๆ อุทยานมาเสริมกำลัง เพื่อช่วยดูแลป่า และให้ความรู้กับนักท่องเที่ยว
สมาคมอุทยานแห่งชาติ ร่วมกับกรมอุทยานจึงจัดอบรมหลักสูตร “ผู้นำการเดินป่าอย่างมืออาชีพ” เพื่อให้ความรู้แก่อาสาสมัคร ที่สนใจช่วยงานผู้พิทักษ์ป่า ซึ่งความรู้นี้นอกจากจะช่วยดูแลอุทยานแล้ว ยังนำไปพัฒนาชุมชน โดยเฉพาะ
เด็ก ๆ และคนรุ่นใหม่ให้รักษ์ป่า ช่วยกันดูแลทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อความยั่งยืนร่วมกันระหว่างชุมชนและอุทยาน

หลักสูตรนี้มีทั้งความรู้เรื่องระบบนิเวศในอุทยาน พืชพรรณ และสัตว์ป่า การออกแบบเส้นทางเดินป่า เทคโนโลยีสมัยใหม่ ในการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าเสื่อมโทรม การใช้โดรน การใช้ชีวิตในป่าอย่างไม่เบียดเบียนธรรมชาติ ความปลอดภัย การปฐมพยาบาลช่วยชีวิตยามฉุกเฉิน และยังมีวิชาอาบป่า ป่าบำบัด และสุนทรียภาพของป่ากับการดำเนินชีวิต
ที่สำคัญ มีวิชา “ป่า กับ คาร์บอน” ที่ถือว่าล้ำหน้ามาก เป็นวิชาที่ผู้พิทักษ์ป่าทั่วโลก Reskill/Upskill ตัวเองให้เท่าทันภาวะโลกเดือด เป็นความรู้ใหม่ที่เชื่อมโยงเรื่อง Carbon Footprint กับป่า เราเคยวัดคาร์บอนที่เราปล่อยหรือไม่ รู้หรือไม่ว่าถ้าเราปล่อยคาร์บอนเกิน 2 ตัน ต่อคนต่อปี โลกจะหายนะในไม่ช้า ถ้ารู้แล้วเราจะช่วยกันลดอย่างไร จะเปลี่ยนพฤติกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันอย่างไร และถ้าลดแล้วยังเกิน 2 ตัน เรามีวิธีชดเชยอย่างไร ต้องปลูกต้นไม้กี่ต้น หรือต้องบริจาคให้ชุมชนที่ทำโครงการชดเชยคาร์บอนช่วยปลูกและดูแลป่าอย่างไร ป่าคือสิ่งที่โลกยุคนี้ต้องการ

ปัจจุบันเราเหลือพื้นที่ป่าเพียง 31% เราต้องฟื้นฟู ปลูกเพิ่มเครื่องดูดซับคาร์บอนตามธรรมชาตินี้ และในเวลาเดียวกันเราต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้ปล่อยคาร์บอนน้อยลง ด้วยการกิน การอยู่ การเดินทาง และการใช้ชีวิตแบบ Net Zero
โครงการปลูกป่าเพื่อชดเชยคาร์บอน จะเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ที่เพิ่มรายได้ให้ชุมชน อุทยานและชุมชนในจังหวัดสระบุรีสามารถปรึกษาท่านผู้ว่าฯได้ทันที เพราะสระบุรีให้คำมั่นสัญญาว่าจะเป็น “เมืองต้นแบบคาร์บอนเป็นศูนย์ Net Zero Sandbox” ซึ่งโรงปูน และธุรกิจในสระบุรีร่วมกันสนับสนุน อยากซื้อคาร์บอนเครดิตจากชุมชนไทย ส่งเสริมเศรษฐกิจไทย มากกว่าไปซื้อจากตลาดโลก ท่านผู้ว่าฯคงต้องเร่งประสานองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก ให้ทำโครงการป่าชุมชนชดเชยคาร์บอนต้นแบบ ให้ง่าย ประหยัด ได้มาตรฐานโลก และชาวบ้านได้เงินทันที ไม่ต้องรอนาน


ต่อจากนี้ นักท่องเที่ยวที่มาเดินป่า จะได้ความรู้เรื่องภาวะโลกเดือด และการใช้ชีวิตแบบคาร์บอนต่ำ จากเหล่าผู้พิทักษ์ป่า และผู้นำเดินป่าอาสานี้ ซึ่งนักเรียนนักศึกษาในจังหวัดสระบุรี ที่ได้เรียนทฤษฎีในห้องเรียนแล้ว ต้องมาเดินป่าเพื่อเพิ่มประสบการณ์จริง ฝัง DNA ความยั่งยืนให้คนรุ่นใหม่ สระบุรีทำต้นแบบได้ จังหวัดอื่น ๆ ที่มีอุทยานก็ทำได้เช่นกัน
นอกจากการปรับปรุงหลักสูตร “ผู้นำการเดินป่า” ให้ทันสมัยแล้ว มีคำถามว่า “อุทยานควรปรับปรุงอะไรอีก”

เหล่านักท่องเที่ยว นักเดินป่า ส่งเสียงกระซิบ อยากให้อุทยานไทยได้มาตรฐานโลก ดังนี้
1.การปรับปรุงการวางผังบริเวณ อุทยานไทยส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้สถาปนิก ภูมิสถาปนิกมืออาชีพมาวางผัง ต่างจากนานาชาติที่การวางผังบริเวณคือกระดุมเม็ดแรก การวางผังบริเวณที่ไม่ได้ใช้ศักยภาพของธรรมชาติจะลดทอนสุนทรียภาพ มุมมอง ความโดดเด่น และประโยชน์ใช้สอย สวยแบบไม่สุด หรือกลายเป็นไม่สวย
2.การออกแบบเส้นทางการเดินป่าด้วยภูมิสถาปัตย์ ที่เข้าใจจุดเด่นของธรรมชาติ การวางจังหวะการเรียนรู้ มุมมองและภาพจำ ด้วยการเข้าใจนักเดินป่าแต่ละประเภท มีเส้นทางที่ทุกคนเข้าถึงได้ด้วย Universal Design
3.การออกแบบพื้นที่ส่งเสริมกิจกรรมต่าง ๆ ให้ว้าว เช่น พื้นที่รวมผล พื้นที่อาบป่าให้ความสุนทรีย์ พื้นที่กิจกรรมพิเศษต่าง ๆ พื้นที่พักค้างแรม พื้นที่ตลาดชุมชน รวมถึงการออกแบบป้ายต่าง ๆ ให้สร้างสรรค์โดนใจ
4.ควรปรับปรุงความสะอาดและความปลอดภัย จุดทิ้งและแยกขยะ จุดรับน้ำ จุดรวมพลยามเกิดภัยพิบัติ และภาวะฉุกเฉิน แสงสว่างยามค่ำคืน โดยเฉพาะห้องน้ำ เราเชื่อว่า ห้องน้ำอุทยานสะอาดได้ ไม่แพ้ห้องน้ำวัดรุ่นใหม่
5.บ้านพักอุทยานต้องปรับปรุงพัฒนาโดยด่วน ทั้งอาคารพัก และจุด
ตั้งเต็นท์ ต้องหาสถาปนิกที่เข้าใจเรื่องธรรมชาติและความยั่งยืนมาช่วย ต้องจัดการด้วยมาตรฐานที่พักสากล ห้องพัก ที่นอน ห้องน้ำ ต้องสะอาดสะดวก ถ้าที่พักไม่สร้างความประทับใจแล้ว จะไม่มีใครกลับมาอีกเลย ภาพจำที่เป็นลบจะติดตาไป
6.การออกแบบปรับปรุงพื้นที่บริการนักท่องเที่ยวที่ทันยุค เช่น ร้านกาแฟสวย ๆ สมัยใหม่ ใส่ใจความยั่งยืน และร้านค้าของที่ระลึกที่ถูกออกแบบ ทั้งตัวร้าน และของที่ระลึกที่ชวนให้สะสม สร้างรายได้ให้อุทยานและชุมชน
ท่านใดสนใจร่วมหลักสูตรแบบนี้ หรือมีคำแนะนำดี ๆ ติดต่อ สมาคมอุทยานแห่งชาติ เชิญสมัครเป็นสมาชิกได้เลยครับ.



