เหลือเพียงไม่กี่วันเท่านั้น ประเทศไทยก็จะตรงกับวันหยุดสำคัญในเดือนตุลาคม อย่าง “วันปิยมหาราช” ซึ่งตรงกับวันที่ 23 ตุลาคม และถูกกำหนดให้เป็น “วันหยุดราชการ และธนาคาร” ทำให้พนักงานหลายคนคาดหวังจะได้หยุดยาว แต่ในความเป็นจริงแล้วนั้น กลับมีพนักงานบริษัทเอกชนจำนวนไม่น้อยที่ยังคงต้องทำงานตามปกติ วันนี้ “เดลินิวส์” จะขอพามาไขข้อสงสัยถึงกฎหมายแรงงาน เพื่อให้เข้าใจถึงสิทธิของตนเองอย่างถูกต้องกัน

กฎหมายกำหนดแค่ “ขั้นต่ำ 13 วัน”
หัวใจสำคัญของคำตอบนี้อยู่ที่ “พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน ที่ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า นายจ้างต้องจัดวันหยุดตามประเพณี ให้แก่ลูกจ้างปีละไม่น้อยกว่า 13 วัน โดยให้รวมวันแรงงานแห่งชาติ (1 พฤษภาคม) เข้าไปด้วยหนึ่งวัน” ส่วนวันหยุดที่เหลืออีก 12 วัน นายจ้างมีสิทธิที่จะเลือกวันหยุดใดก็ได้จากวันหยุดราชการประจำปี, วันหยุดทางศาสนา, หรือวันหยุดตามประเพณีท้องถิ่น แล้วประกาศให้พนักงานทราบล่วงหน้า
ดังนั้น หากบริษัทของคุณได้ประกาศวันหยุดตามประเพณีครบ 13 วันแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องประกาศให้วันที่ 23 ตุลาคม เป็นวันหยุดของบริษัทเพิ่มเติมอีกก็ได้ นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมปฏิทินวันหยุดของแต่ละบริษัทเอกชนจึงแตกต่างกันไป

กรณีบริษัทประกาศให้หยุด แต่ต้องมาทำงาน
สำหรับพนักงานที่บริษัทประกาศให้วันปิยมหาราชเป็นวันหยุดแล้ว แต่มีคำสั่งให้มาทำงานในวันนั้น คุณมีสิทธิที่จะได้รับค่าตอบแทนพิเศษตามกฎหมาย โดยมีรายละเอียดดังนี้
-พนักงานรายเดือน จะได้รับค่าทำงานในวันหยุดเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 1 เท่าของค่าจ้างปกติ นั่นหมายความว่า ในวันนั้นคุณจะได้รับค่าจ้างรวมเป็น 2 เท่า
-พนักงานรายวัน จะได้รับค่าจ้างเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 2 เท่าของค่าจ้างในวันทำงานปกติ
-กรณีทำงานล่วงเวลา (OT) หากมีการทำงานล่วงเวลาในวันหยุด จะได้รับค่าล่วงเวลาในอัตรา 3 เท่าของค่าจ้างปกติ

บริษัทที่ไม่ได้หยุด ผิดกฎหมายหรือไม่?
คำตอบคือ “ไม่ผิดกฎหมาย หากบริษัทของคุณไม่ได้ประกาศให้วันที่ 23 ตุลาคม เป็นหนึ่งในวันหยุดตามประเพณี 13 วันของบริษัท” นั่นถือว่านายจ้างได้ทำตามกฎหมายแล้ว แต่หากประกาศเป็นวันหยุดแล้วมีคำสั่งให้มาทำงาน นายจ้างมีหน้าที่ต้องจ่ายค่าตอบแทนพิเศษหรือให้วันหยุดชดเชยตามที่กฎหมายแรงงานกำหนดไว้
การทำความเข้าใจสิทธิและข้อกำหนดทางกฎหมายเหล่านี้ จะช่วยให้พนักงานสามารถเจรจาหรือทำความเข้าใจกับนายจ้างได้อย่างถูกต้อง และร่วมกันสร้างบรรยากาศการทำงานที่มีความสุขและยุติธรรมต่อไป..



