จากกรณีเกิดเหตุกลุ่มวัยรุ่นชาวไทใหญ่ รวมตัวขี่รถไปตามตัวเมืองเชียงใหม่ ก่อนรุมทำร้ายวัยรุ่นคนไทยที่บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อ ติดกับร้านเครื่องซักผ้าอัตโนมัติ ถนนสายสันกำแพง (สายเก่า) ทำให้มีหญิงสาววัยรุ่นเยาวชน อายุประมาณ 14 ปี ถูกอาวุธมีดฟันเข้าที่บริเวณข้อแขนซ้ายจนขาดกระเด็น และมีวัยรุ่นชายเจ็บอีกสองราย โดยตำรวจได้ติดตามจับกุมกลุ่มผู้ก่อเหตุได้ 15 คน เป็นชาวไทใหญ่ สัญชาติเมียนมา ตามข่าวที่ได้เสนอไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อวันที่ 23 ก.ค. ที่ห้องประชุมตำรวจภูธรภาค 5 พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุม “ไอ้ท็อป” หัวหน้าแก๊งไทใหญ่ 9999 ก่อเหตุฟันมือเด็กหญิงขาด และผลการปฏิบัติการ 5 คืนเดือด “ไล่ล่าทรชนคนอันธพาล” ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดลำพูน

พล.ต.ท.กฤตธาพล เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมกลุ่มผู้ก่อเหตุได้ก่อนหน้านี้ 15 คน โดยมีนายหม่อง หัวหน้าแก๊งบัวคำ ที่ถูกจับไปได้ก่อน และจากการสืบสวนทราบว่าแก๊งที่ก่อเหตุ ยังมีแก๊งที่ร่วมก่อเหตุอีกแก๊ง หัวหน้าแก๊งนี้มีชื่อว่าแก๊งไทใหญ่ 999 มีนายท็อป ชาวไทใหญ่ สัญชาติเมียนมา เป็นหัวหน้า ซึ่งเป็นคนถือมีดไล่ฟันกลุ่มเด็กสาวมือขาด หลังก่อเหตุได้ขึ้นรถหลบหนีจากเชียงใหม่ไปยังจังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อพยายามหลบหนีออกนอกประเทศ แต่ตำรวจสืบสวนภาค 1 ก็สกัดจับได้

สำหรับแก๊งวันรุ่นชาวไทใหญ่ ที่รวมกลุ่มในเชียงใหม่และลำพูน มีแก๊งบัวดำ แก๊งดูไบ แก๊งไทใหญ่ 999 แก๊ง 979 ซึ่งแต่ละแก๊งมีสมาชิก 15-30 คน ทุกคนเป็นชาวไทใหญ่ สัญชาติเมียนมา ทุกแก๊งมักมีปัญหามีเรื่องกับวัยรุ่นชาวไทย มักต่อยตีกันแก้แค้นกันไปกันมา ทุกกลุ่มจึงจับมือเป็นพันธมิตร วันเกิดเหตุมีการรวมกลุ่มตามแก้แค้นและไปลงที่เด็กหญิงวัย 14 ที่โดนฟันจนมือขาด หลังเกิดเหตุในคดีนี้ เจ้าหน้าที่จับกุมมือฟันและผู้ร่วมก่อเหตุได้ทั้งหมด

นอกจากนี้ยังเปิดปฏิบัติการ “ไล่ล่าทรชนคนอันธพาล” ในพื้นที่เชียงใหม่และลำพูน โดยตามกลุ่มไทใหญ่ที่มักรวมกลุ่มกันตอนกลางคืน และจับกุมได้กว่า 200 คน โดยนำตัวทำประวัติ และพบว่าส่วนใหญ่หลบหนีเข้ามาในประเทศ จึงจะดำเนินคดีตามกฎหมาย และผลักดันออกนอกประเทศต่อไป.