เมื่อวันที่ 23 ก.ย. ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวถึงแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคประชาชน ที่มี 3 คน ว่า ข่าวที่ปรากฏเป็นความเห็นของนายกรุณพล เทียนสุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อ และรองโฆษกพรรคประชาชน ซึ่งนายกรุณพลก็ออกมาชี้แจงแล้วว่าเป็นเพียงความเห็นส่วนตัวของเขาว่าทางเลือกที่เป็นไปได้มีแบบไหนบ้าง ส่วนทางพรรคนั้นยังไม่มีข้อสรุปเรื่องแคนดิเดตนายกฯ อีกทั้งนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ได้พูดไปแล้วว่าการเลือกตั้งครั้งนี้อาจจะส่งแคนดิเดตนายกฯ เกินกว่า 1 รายชื่อ โดยให้ความชัดเจนกับประชาชนว่านั่นคือหัวหน้าพรรค ที่จะมาทำหน้าที่เป็น สส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 1 ด้วย ส่วนรายชื่ออื่นจะเป็นอย่างไร ตนไม่ทราบ เพราะพรรคมีบุคลากรที่มีความสามารถมากมายซึ่งต้องรับฟังความคิดเห็นและสรรหาในขั้นต่อไป
นายพริษฐ์ กล่าวว่า ส่วน สส. 44 คน ที่อาจถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสินนั้น ตนขอย้ำว่า เราต้องไม่ลืมว่าทั้งหมดเกิดขึ้นจากอะไร เพราะเกิดขึ้นจาก สส.ของพรรคก้าวไกล เข้าชื่อเสนอกฎหมายในฐานะ สส.แต่กลับโดนคดีที่อาจจะมีความสุ่มเสี่ยงว่าอาจถูกตัดสิทธิตลอดชีวิต ขอยืนยันว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับ สส. 44 คนนั้น ไม่ควรเกิดขึ้นกับ สส.คนไหนเลย ยอมรับว่ากฎหมายแต่ละฉบับที่ สส.แต่ละคนเสนอ ต้องมีทั้งคนเห็นด้วยและเห็นต่าง ซึ่งกฎหมายมาตรา 112 เป็นประเด็นที่มีความเห็นแตกต่างกันเยอะ แต่คิดว่าการที่ สส.ทำหน้าที่เสนอกฎหมายเข้าไป ไม่ควรนำไปสู่การตัดสิทธิทางการเมือง
“สิ่งที่พรรคประชาชนให้ความสำคัญมากที่สุดในเวลานี้คือการยืนยันความบริสุทธิ์ของ 44 สส. และทำให้ทั้ง 44 คนนั้น ไม่ถูกตัดสิทธิทางการเมืองในกรณีนี้ สำหรับฉากทัศน์อื่นๆ เรายอมรับทุกแผนอยู่แล้ว แต่ยังไม่ได้มีข้อสรุปที่ชัดเจน และสิ่งที่คุณกรุณพลพูดไป ก็เป็นเพียงความเห็นส่วนตัวทั่วไป และเป็นแค่ทางเลือกหนึ่งในหลายๆ ทางเลือกที่สามารถพิจารณาได้” นายพริษฐ์ กล่าว
เมื่อถามว่า 25 สส.ของพรรคประชาชน ที่อยู่ใน 44 สส.ของพรรคก้าวไกลมีความกังวลหรือไม่ว่าจะเจออุบัติเหตุ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ตั้งแต่สมัยพรรคก้าวไกลมาสู่พรรคประชาชน เราเผชิญกับคดีทางการเมืองลักษณะนี้มาเรื่อยๆ ดังนั้น ตนคิดว่าเราต้องทำเต็มที่เท่าที่จะทำได้ โดยการยืนยันความบริสุทธิ์ของเรา แต่ถ้ามีผลลัพธ์ออกมาในทางที่ไม่เป็นคุณ เราก็มีแผนรองรับไว้อยู่แล้ว แต่ยังคงไม่ใช่เวลาที่มาสรุปตรงนั้น เพราะเวลานี้คือเวลาการต่อสู้
เมื่อถามย้ำว่า ยืนยันว่าพรรคประชาชนได้ไปต่อแน่นอนหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า พรรคไปต่อแน่นอน ถ้าเราเห็นกรณีการยุบพรรคก้าวไกลที่เกิดขึ้น ก็จะเห็นว่าเราพยายามทำเต็มที่ในการยืนยันความบริสุทธิ์ และยืนยันว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับพรรคก้าวไกลไม่ควรเกิดขึ้นกับพรรคไหนอีก ดังนั้น จึงอยากเชิญชวนทุกพรรคให้มาร่วมกันทบทวนหลักเกณฑ์หรือกติกาเรื่องการยุบพรรคด้วย แต่เมื่อเหตุเกิดขึ้นแล้ว เช่น กรณีการยุบพรรคจะเห็นว่าเราคงทำหน้าที่ต่อไปโดยมีแผนรองรับและทำให้เราสามารถเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนที่ คิด ฝันเหมือนเรา และอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงตามที่เราเสนอต่อไปได้.



