สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน เมื่อวันที่ 23 ก.ย. ว่า สถานะทางการเงินของสวีเดน ถือว่า “โดดเด่น” ขณะที่ประเทศอื่น ๆ ในยุโรป เช่น ฝรั่งเศส และสหราชอาณาจักร เผชิญกับทางเลือกการใช้จ่ายที่ยากลำบาก เนื่องจากการรับมือกับภัยคุกคามภายในประเทศ และภัยคุกคามระดับโลก ควบคู่กับการควบคุมหนี้สาธารณะที่พุ่งสูงขึ้น

“เรามีการคลังสาธารณะระดับโลก เรามีหนี้สาธารณะต่ำ ซึ่งในขณะที่ประเทศอื่นเผชิญกับต้นทุนหนี้สูง เรากลับไม่เป็นเช่นนั้น เพราะเรามีจุดยืนที่มั่นคง และเราสามารถใช้จุดแข็งของเราได้” นางเอลิซาเบธ สวานเทสสัน รมว.คลังสวีเดน กล่าวกับผู้สื่อข่าว

การลดภาษีสำหรับคนงาน ผู้รับเงินบำนาญ และบริษัท รวมถึงการปรับลดภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับอาหาร และการเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหม เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการหลักในร่างงบประมาณรายจ่ายที่บานปลายที่สุด นับตั้งแต่การระบาดของโรคโควิด-19

นอกจากนี้ งบประมาณดังกล่าวยังรวมถึงการเพิ่มงบประมาณสำหรับโรงเรียน การดูแลสุขภาพ และการป้องกันพลเรือน ตลอดจนเงินช่วยเหลือค่าที่อยู่อาศัยที่สูงขึ้น สำหรับครอบครัวที่มีรายได้น้อย

อนึ่ง สวีเดนประสบกับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว เช่นเดียวกับหลายประเทศในสหภาพยุโรป (อียู) โดยครัวเรือนและธุรกิจต่าง ๆ ยังคงไม่มั่นใจเกี่ยวกับผลกระทบจากสงครามการค้าระดับโลกของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ และประเทศยังคงได้รับผลกระทบหลังอัตราเงินเฟ้อพุ่งสู่ระดับสูงสุดเกิน 10%

อย่างไรก็ตาม การจำกัดงบประมาณเป็นเวลานานหลายปี นับตั้งแต่เกิดวิกฤติทางการเงินภายในประเทศ เมื่อช่วงต้นทศวรรษที่ 1990 หมายความว่าสวีเดนยังมีช่องทางสำหรับการระดมเงิน

ขณะที่สวานเทสสัน กล่าวเพิ่มเติมว่า งบประมาณข้างต้นน่าจะช่วยกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจของสวีเดน เป็น 3.1% ในปีหน้า ซึ่งสูงกว่าที่รัฐบาลสตอกโฮล์มประมาณการไว้ก่อนหน้านี้ที่ 2.6%.

เครดิตภาพ : AFP