กลายเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก สำหรับกรณีของ “เบบี๋ สุพรรณี” อดีตมิสแกรนด์ประจวบคีรีขันธ์ 2026 ที่ต้องเผชิญมรสุมชีวิตครั้งใหญ่ โดนริบมงปลดจากตำแหน่งเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา เพราะเนื่องจากมีภาพและพฤติกรรมไม่เหมาะสมของเธอถูกแชร์ว่อนโลกออนไลน์ จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง ตามที่ข่าวได้นำเสนอแล้วนั้น

ล่าสุด “กชเบล กชกร” มิสแกรนด์ไทยแลนด์2025 และ “มิเชล เบอร์แมน” รองชนะเลิศอันดับ 5 มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2025 ได้มาร่วมงาน ได้มาร่วมงานประกาศรางวัล “Y Entertain Awards 2025 presented by JisuLife รวมถึงได้เปิดใจกับสื่อมวลชนถึงประเด็นดังกล่าว โดยทั้งคู่เห็นพ้องต้องกันว่าเข้าใจและเห็นใจในตัวเบบี๋เป็นอย่างมาก

โดย กชเบล เผยว่า “สำหรับเรื่อง “เบบี๋ สุพรรณี” เบลเข้าใจทั้งสองฝ่ายเลยค่ะ ถ้าเบลเป็นน้องเบบี๋ อยากให้น้องรีบให้โอกาสตัวเองก่อนที่จะขอโอกาสจากใคร อย่าไปคิดว่าสิ่งที่เราทำมันเป็นเรื่องไม่ดี ให้มองว่าแต่ละคนมีสิ่งที่ต้องรับผิดชอบและมีสิ่งที่จำเป็น เมื่อเราเลือกที่จะทำแล้ว เบลเชื่อว่ามันย่อมดีเสมอ

ถ้าน้องเข้ามาประกวด ถามว่าสิ่งที่เขาเคยทำในอดีตจะมีผลต่อองค์กรเราไหม คิดว่าคงไม่พ้นมือพี่ๆ ชาวเน็ต อย่างที่น้องที่เพิ่งได้มงฯ มาก็คงเป็นบทเรียนของตัวจังหวัดด้วย อาจจะต้องฝากให้เข้มงวดขึ้นอีกนิดนึง เขาอาจจะให้ทีมงานตรวจสอบประวัติของผู้เข้าประกวดแต่ละคนและแต่ละจังหวัดแล้วก็ได้ แต่อะไรบางอย่างที่ค้นลึกๆ ก็อาจจะยังไม่เจอ อาจจะต้องฝากถึงรอบต่อๆ ไปให้ตรวจสอบให้ละเอียดมากขึ้น

ส่วนเรื่องที่เขาทำเพื่อเลี้ยงชีพและแม่ป่วย ทุกคนมีสิทธิ์เลือกนะคะ และสิ่งที่เราเลือกทำแล้วมันก็ย่อมมีผลตามมา อย่าไปโทษตัวเอง อย่าไปมองว่าสิ่งที่เราเลือกทำมันไร้ค่าหรือมันจะไม่ได้รับโอกาสจากสังคม อย่าลืมว่าเราไม่ได้ไปทำร้ายใคร เราไม่ได้ฆ่าใคร เราไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อนด้วยซ้ำ สำหรับเบลแล้วมันคือการมอบความสุขให้กับคนดูด้วยซ้ำ แต่ต้องยอมรับว่าเส้นทางใหม่ที่น้องเลือกเดิน ซึ่งต้องการเติบโตในสายงานนั้น มันดันเป็นบริบทของคำว่า นางงาม ต้องยอมรับว่านางงามจะต้องเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับเด็กและเยาวชน ต้องพูดแล้วสามารถมีอิทธิพลต่อคนหมู่มากได้ ก็ต้องพูดตรงๆ ว่ามีสตอรี่และพื้นฐานชีวิตที่ค่อนข้างขาวสะอาดที่สุด และต้องมีภาพลักษณ์ที่ต้องรักษาอย่างดีที่สุด”

กชเบล ได้เผยต่อว่า “เบลไม่อยากให้น้องโทษตัวเอง มัวแต่บอกว่าสังคมไม่ให้โอกาสเลยเหรอ อยากมีโอกาสครั้งใหม่จังเลย อยากจะบอกว่า ไม่มีใครไม่ให้โอกาสหนูเลยลูก จริงๆ ยังมีอีกหลากหลายสายงาน ยังมีอาชีพเยอะแยะมากมาย แค่กฎขององค์กรนี้อาจจะไม่เหมาะสม ไม่ได้เป็นไปตามสิ่งที่เรามองไว้ สังคมอาจจะยังไม่เปิดรับ ยอมรับว่าคนรอบตัวเบลหลายคนก็ทำอาชีพนี้ซึ่งเขาก็ภูมิใจในอาชีพที่เขาทำ เบลถึงได้อยากบอกน้องว่าการทำอาชีพนี้ไม่อยากให้ไปโทษตัวเองว่าสิ่งที่เราทำมันผิด และเราจำเป็นต้องทำอาชีพนี้เพื่อพ่อแม่ เพราะสุดท้ายแล้ว ถ้าเราเลือกที่จะพูดข้อนี้ จริงๆ แล้วเรายังมีอีกหลายอาชีพมากมายเลยที่เราจะทำเพื่อเลี้ยงพ่อแม่เรา อย่ามองว่าเราไม่มีโอกาส เราไม่มีทางเลือกจริงๆ ถึงต้องทำ เพราะถ้าพูดว่าไม่มีทางเลือกก็ต้องไปเป็นโจรแล้ว แต่อาชีพนี้ไม่ได้ทำร้ายใคร

และเส้นทางที่น้องเลือกเดินกับบริบทขององค์กรนางงาม กฎเรามีอยู่แล้วในทุกที่ทุกบริษัท ที่นี่ต้องการรักษาภาพลักษณ์ ต้องเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับเยาวชน ให้กับประเทศไทย อาจจะไม่เหมาะสำหรับอนาคตที่หนูมองไว้ว่าอยากจะมาเป็นนางงาม ส่วนบางเสียงในสังคมสะท้อนว่าทำไมไม่ให้โอกาสน้อง ทั้งๆ ที่เขาอยากจะมีอนาคตที่ดี อยากจะมั่นคงภายใต้การเป็นลูกของบอส คือดีใจนะ ตอนนี้เป็นก็เป็นโดมิโนตัวหนึ่งขององค์กร พอเราได้เข้ามาอยู่ในองค์กรเราก็ดีใจที่คนภายนอกมองเข้ามาแล้วรู้สึกรักบอส องค์กรเรามันแข็งแรงและใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ พอมีคนอยากเข้ามา

อยากจะฝากถึงอาชีพ Sex Creator เพิ่มอีกนิดว่า จริงๆ ถ้าในอนาคตมีในเรื่องของสิทธิ ประกันสังคม หรือความคุ้มครองที่เทียบเท่ากับอาชีพอื่นๆ ตรงนี้ก็จะดีมากๆ เลย เพื่อให้เรื่องของมนุษยธรรมมีเท่ากัน จริงๆ Sex Creator ก็เป็นอีกหนึ่งอาชีพที่ไม่ได้ผิดอะไร ไม่อยากให้คิดว่าการทำอาชีพนี้มันต่ำต้อย”

นางงามรุ่นพี่ เล่าต่อว่า “ส่วนที่บอสโพสต์ว่าจะให้มาหรือไม่ให้มาขึ้นอยู่กับ “พี่หนุ่ม กรรชัย” ก็แล้วแต่บอสเหมือนกัน ในเมื่อบอสบอกแล้วแต่พี่หนุ่ม (มิเชล : ”ตรงนี้เชลเข้าใจบอสนะ เพราะมันเป็นกระแสสังคม เราไม่รู้ว่ากระแสสังคมจะไปในทิศทางไหน มันไม่มีคำว่าถูกผิด 100% ย้ำอย่างเดียวเลยคือมันอาจจะยังไม่ถูกกฎหมายเท่านั้นเอง รู้สึกว่าแล้วแต่บอส) เอาจริงๆ สิ่งที่เราทำมาตลอดระยะเวลาที่เราจำความได้หรือเราจะหางานทำจนมาถึงวันนี้ ทุกคนล้วนแต่รักตัวเอง ทำเพื่อตัวเองและคนรอบข้าง ทำเพื่อครอบครัวกันทั้งนั้นแหละ อย่าไปตัดสินเลยว่าสิ่งที่เราทำมามันไม่ดี หรือว่ามันไปทำร้ายใคร ตราบใดที่เราไม่ได้ไปทำร้ายคนอื่น

ส่วนใครที่จะมาเดินอยู่บนเส้นทางนางงาม มาเป็นครอบครัวแกรนด์ เราไม่ได้คัดหาแค่นางงาม แต่เราเป็นเวทีที่คัดหาศิลปินผ่านเวทีการประกวดนางงาม ไม่ใช่แค่สวยแต่ต้องสามารถสร้างมูลค่า เป็นศิลปินสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กรได้ ใครตอบโจทย์กับองค์กรอยากจะมาหาโอกาสที่นี่ ยืนยันว่าเวทีมิสแกรนด์เราพร้อมให้โอกาสทุกคนจริงๆ ค่ะ”

มิเชล เผยต่อว่า “ทุกอย่างที่ทำมันมีผลที่ตามมา ต้องยอมรับว่าเรื่องนี้ยังไม่เป็นที่ยอมรับว่าเป็นเรื่องที่ถูกกฎหมาย มิสแกรนด์ของเรามีกฎกติกาชัดเจนว่าต้องทำสิ่งที่ถูกกฎหมายและไม่เสื่อมเสียต่อสังคม ตรงนี้เป็นคุณค่าหลักขององค์กรที่เราอยากจะส่งต่อให้สังคม ฉะนั้นแล้วอาจจะไม่ตรงบริบท

แต่ในแง่ของการทำงาน มองว่าโอกาสมันมีอยู่ทุกที่ การที่เราจะหาโอกาสในชีวิตมันมีมากกว่านั้น onlyfan ก็ดีค่ะ ก็อาจจะต้องไปทำอะไรที่มันเหมาะสมกับตัวเอง ก็เป็นกำลังใจให้น้อง คือการเป็นนางงามมันไม่ใช่แค่เราสวยแล้วมันจบ การเป็นนางงามเราต้องทำอะไรเพื่อสังคมด้วย การเป็นภาพลักษณ์ การเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นต่อๆ ไป ตรงนี้เป็นประเด็นหลักของการเป็นมิสแกรนด์ด้วย แต่ถ้าอาชีพนี้ถูกกฎหมาย อนาคตก็อาจจะประกวดได้

มิเชล เล่าต่อว่า “แล้วตอนกรอกใบสมัครมันมีกฎและมีข้อห้ามทำอาชีพนี้ค่ะ มีมาตั้งแต่สัญญาระดับจังหวัดแล้วว่าเราต้องมีพฤติกรรมอันเหมาะสม ไม่ผ่านการสมรส ซึ่งจะมีกฎกติกาของแต่ละจังหวัด และกฎกติกาจะแยกออกจากกฎกติการะดับประเทศ ก็เหมือนเป็นสิทธิ์ของจังหวัดว่าจะเลือกใครให้มงฯ ลงมา แล้วส่งต่อที่องค์กรแกรนด์ใหญ่ อาจจะมีการซักถามว่ามันผิดกฎผิดกติกานะ คือถ้าอาชีพนี้เป็นอาชีพที่ถูกกฎหมายในประเทศไทย วันนั้นเวทีเราอาจจะเปิดรับ แต่ตอนนี้มันยังไม่ถูกกฎหมายในประเทศไทย ฉะนั้นแล้วมันจึงยังไม่ตรงตามบริบทของเวที

แต่หลายคนอาจจะมองว่ามันผิดศีลธรรม ก็อาจจะยังไม่ตรงกับบริบททางวัฒนธรรมในสังคมบ้านเรา ในต่างประเทศบางประเทศก็เป็นที่ยอมรับ และมันก็ไม่ใช่อาชีพที่ไม่มีเกียรติ แต่เรากำลังพูดถึง ณ ปัจจุบันมันยังไม่ถูกกฎหมายเท่านั้นเอง จึงไม่สามารถเข้ามาสู่ระบบของเวทีนางงามได้

จริงๆ เวทีมิสแกรนด์เป็นเวทีของโอกาสอยู่แล้ว ไม่ว่าคุณจะทำอะไรหรือเป็นอะไร ขอเพียงคุณเป็นคนดีและทำตามกฎหมาย คุณก็สามารถเป็นนางงามและไขว่คว้าโอกาสได้ เพราะมิสแกรนด์เป็นเวทีแห่งโอกาสและเป็นเวทีสู่ความสำเร็จ”

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก michellebehr , gotchabell