ผศ.ดร.นพดล กรรณิกา ผู้ก่อตั้งสำนักวิจัยซูเปอร์โพลและศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ วอชิงตัน ดีซี ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cybersecurity) ที่ปรึกษาโครงการ Stronger Together สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การกำกับดูแลของ พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยผลการศึกษา ยุติภัยบัญชีม้า ที่ค้นพบในโครงการศึกษาวิจัยมาตรการความร่วมมือเพื่อปกป้องผู้สุจริต ยุติภัยบัญชีม้า และสร้างเกราะป้องกันภัยให้ประชาชนจากขบวนการมิจฉาชีพออนไลน์ โดยพบว่า

ข้อเท็จจริง (Facts)

ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา อาชญากรรมทางการเงินดิจิทัลได้กลายเป็นภัยคุกคามสำคัญต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นของประชาชนในประเทศไทย โดยเฉพาะ แก๊งคอลเซ็นเตอร์และเครือข่ายมิจฉาชีพออนไลน์ ที่อาศัยช่องโหว่ของระบบการเงินและเทคโนโลยีการสื่อสารในการหลอกลวงประชาชน ส่งผลให้เกิดความเสียหายมูลค่าหลายร้อยล้านบาทต่อวัน

แต่ในกลางปี 2567 ที่ผ่านมา หลังจากที่มีการเชื่อมประสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิดแบบทวิภาคีระหว่างคณะทำงานด้านการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่นำโดย พล.ต.อ. ดร.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร ผู้อำนวยการ ศูนย์ปฏิบัติการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีฯ สำนักงานตำรวจแห่งชาติกับธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นการประชุมที่ผมในฐานะที่ปรึกษาและตัวแทนภาคประชาชนมีโอกาสร่วมอยู่ในการประชุมครั้งนี้ด้วย

ผลการประชุมได้มีมาตรการเข้มจำนวนมากออกมาเพื่อปกป้องคุ้มครองสุจริตชนคนไทยส่วนใหญ่ทั้งประเทศให้ปลอดภัย

ข้อเท็จจริงวันนี้ที่ปรากฏคือ แนวโน้มความสูญเสียที่คิดเป็นจำนวนเม็ดเงินของประชาชนเหยื่อมิจฉาชีพออนไลน์ลดลงจากหลักร้อยกว่าล้านบาต่อวันเป็นหลักสิบล้านบาทต่อวัน หากมองในแง่ธุรกิจของกลุ่มมิจฉาชีพออนไลน์ถือว่ารายได้ของขบวนการมิจฉาชีพออนไลน์ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

สถิติมูลค่าความเสียหายของประชาชนจากกลุ่มมิจฉาชีพออนไลน์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ระหว่างเดือนมีนาคม 2565 ถึงเดือนมีนาคม 2567 รวม 762 วัน พบว่ามีมูลค่าความเสียหายอยู่ที่ 6.5 หมื่นล้านบาท เฉลี่ยวันละ 85.3 ล้านบาทต่อวัน และเมื่อวิเคราะห์ข้อมูลสถิติ ระหว่างเดือนเมษายน 2567 ถึงเดือนสิงหาคม 2568 รวม 518 วัน พบมูลค่าความเสียหายอยู่ที่ 3.3 หมื่นล้านบาท เฉลี่ยวันละ 63.5 ล้านบาทต่อวัน (สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, 2568) ผลลัพธ์คือ ขบวนการมิจฉาชีพออนไลน์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์สูญเสียรายได้ประมาณ 8 พันล้านบาทต่อปี

การตอบโต้อำนาจรัฐจากขบวนการมิจฉาชีพออนไลน์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ไม่ได้เกินความคาดหมาย

สิ่งที่ปรากฏเป็นข้อเท็จจริงคือ ปัญหามีความซับซ้อนเพิ่มขึ้นเมื่อ ผู้สุจริตและผู้เสียภาษีอย่างถูกต้อง กลับถูกปฏิบัติราวกับเป็นผู้กระทำผิด เนื่องจากมิจฉาชีพโอนเงินเข้าสู่บัญชี ทำให้บัญชีเหล่านั้นถูกจัดว่าเป็น “บัญชีม้า” และถูกอายัดทันที ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันและการดำเนินธุรกิจของผู้บริสุทธิ์อย่างร้ายแรง

ข้อมูลสถิติล่าสุด พบว่า มีจำนวนสายโทรศัพท์แจ้งความเดือดร้อนจำนวน 1.4 หมื่นสาย โดยยอมให้รายละเอียดเพื่อขอเพิกถอนจำนวน 5,814 สายหรือคิดเป็นร้อยละ 40.24 แต่ที่น่าพิจารณาคือ กลุ่มผู้ไม่ให้รายละเอียดเพื่อขอเพิกถอนจำนวน 8,634 สายหรือคิดเป็นร้อยละ 59.76 อันเป็นข้อเท็จจริงที่น่าพิจารณายิ่งถึงสาเหตุของการไม่ให้รายละเอียดของข้อมูลจากผู้ร้องเพื่อขอเพิกถอน

โดยสรุปของข้อเท็จจริงคือ (1) รายได้ของขบวนการมิจฉาชีพออนไลน์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ลดฮวบลงกว่า 8 พันล้านบาทต่อปีจากมาตรการเข้มระหว่าง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ธนาคารแห่งประเทศไทย ธนาคารพาณิชย์ต่าง ๆ สำนักงาน ปปง. และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นต้น สะท้อนว่ามาตรการภาครัฐเริ่มเห็นผล แต่ยังไม่เพียงพอ (สำนักงาน ปปง., 2568) (2) ปัญหาการอายัดบัญชีม้าที่พ่วงบัญชีผู้สุจริตเข้ามาด้วย ทำให้ประชาชนสูญเสียความเชื่อมั่นและกลายเป็น “ดราม่า” ในสังคมออนไลน์และชีวิตจริงในห้วงเวลานี้

การวิเคราะห์บริบทสถานการณ์ (Contextual Analysis)
วิเคราะห์จุดอ่อนสำคัญ พบว่า

1.การทำงานแยกส่วนแต่ละส่วนหลากหลายมาตรฐาน ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (ธนาคารต่าง ๆ ปปง. ธปท. ตำรวจ กรมสรรพากร ฯลฯ)
2.การสื่อสารไม่เพียงพอ ทำให้ประชาชนไม่รับรู้ความก้าวหน้า และเกิดความรู้สึก “รัฐทอดทิ้ง” ทั้ง ๆ ที่ วันนี้ทุกภาคส่วนกำลังเดินมาถูกทางแล้ว มาตรการต่าง ๆ ทำให้ขบวนการมิจฉาชีพและแก๊งคอลเซ็นเตอร์สูญเสียรายได้หลายพันล้านบาท และประชาชนตื่นรู้ตื่นตัวตระหนักมากยิ่งขึ้น
3.มาตรการคุ้มครองผู้สุจริตยังไม่ชัดเจน จึงทำให้ผู้เสียภาษีและผู้ประกอบการผู้สุจริตสูญเสียแรงจูงใจในการทำดี และตกเป็นเหยื่อขบวนการมิจฉาชีพออนไลน์

    ผศ.ดร.นพดล กรรณิกา

    แนวโน้มการป้องกันระดับโลก

    อย่างไรก็ตาม ธนาคารโลก (World Bank, 2023) แนะนำให้ประเทศกำลังพัฒนาใช้ risk-based approach และ data-driven policy ในการป้องกันอาชญากรรมทางการเงิน ในขณะที่ประเทศจีนใช้ ระบบ Social Credit Score เพื่อตรวจสอบและยืนยันพฤติกรรมทางการเงินของประชาชน ทำให้สามารถปกป้องผู้สุจริตและระบุผู้เสี่ยงได้อย่างแม่นยำ (Li, 2022, Journal of Financial Crime Prevention) และที่น่าพิจารณาคือ สหภาพยุโรปออก Digital Operational Resilience Act (DORA) ที่เน้นความร่วมมือข้ามหน่วยงานและความรับผิดชอบร่วมของธนาคารและรัฐ (European Commission, 2022)

    แนวทางประยุกต์ใช้สำหรับประเทศไทย
    ทางออกเพื่อยุติภัยบัญชีม้า คือ มาตรการความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์แบบสุดซอย


    1) ปกป้องผู้สุจริตและผู้ประกอบการที่ดี
    1.1 จัดตั้ง ศูนย์ตรวจสอบธุรกรรมเร่งด่วน (Fast Track Clearing Center) โดยมี SLA 48 ชั่วโมง และในกรณีผู้สุจริตมีหลักฐานครบถ้วนสามารถปลดอายัดได้ภายใน 4 ชั่วโมง
    1.2 ใช้กรอบแนวคิด ธงแดง ธงเขียว Red Flag/Green Flag Framework คัดกรองระดับความเสี่ยง
    – ธงแดง Red Flags: พฤติกรรมโอนเงินหลายทอด บัญชีเพิ่งเปิด ติด Blacklist ประวัติอาชญากรรมที่เกี่ยวข้อง
    – ธงเขียว Green Flags: การเสียภาษีต่อเนื่อง ข้อมูลจากกรมสรรพากร/DBD ไม่มีประวัติอาชญากรรมข้อมูลยืนยันจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติและการแจ้งความเป็นผู้เสียหาย
    1.3 นำแนวคิด Financial Integrity Score (FIS) มาประยุกต์ใช้ โดยประชาชนที่มีพฤติกรรมการเงินสุจริตจะได้รับสิทธิพิเศษในการคุ้มครอง อาจจะทะยอยปล่อยตามสัดส่วนร้อยละของเงินอายัด


    2) ป้องกันมิจฉาชีพออนไลน์และแก๊งคอลเซนเตอร์ โดย ศูนย์ AOC ภายใต้การกำกับของ กระทรวง ดีอี
    2.1 พัฒนา ระบบอายัดเงินต้นทางแบบ Real-Time โดยใช้ AI/Big Data ตรวจจับธุรกรรมผิดปกติ
    2.2 สร้าง Blacklist กลางระดับชาติ สำหรับบัญชีม้า–เบอร์โทร–แอปหลอกลวง ให้ทุกธนาคารและผู้ให้บริการโทรคมนาคมเข้าถึง
    2.3 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DES) และผู้ให้บริการโทรคมนาคมต้อง บล็อกเว็บไซต์/เบอร์/แอปที่เข้าข่ายหลอกลวงภายใน 24 ชั่วโมง
    2.4 สำนักงาน ป.ป.ง. และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นเจ้าภาพแก้ไขกฎหมายเพื่อให้อายัด–ยึดทรัพย์ดิจิทัลของเครือข่ายมิจฉาชีพได้รวดเร็วขึ้น
    2.5 กระทรวงมหาดไทยบูรณาการข้อมูล ThaiID เชื่อมโยงหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนด้านความปลอดภัย


    3) การสื่อสารเชิงรุกและความโปร่งใส
    3.1 รายงานความคืบหน้าทุกสัปดาห์ เช่น จำนวนบัญชีที่ได้รับการปลดอายัด, มูลค่าความเสียหายที่ลดลง
    3.2 เปิดศูนย์ข้อมูลออนไลน์ให้ประชาชนตรวจสอบสถานะคำร้องของตนเอง
    3.3 สร้าง Branding เชิงสังคม: “ปลดล็อกความเป็นธรรม ปกป้องเงินประชาชน”

    ข้อเสนอเชิงนโยบาย

    1.รัฐบาลใหม่โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี นั่งหัวโต๊ะจัดตั้งคณะทำงานบูรณาการภายใน 30 วัน โดยมี DES เป็นศูนย์กลาง ประสานทุกหน่วยงานผ่านระบบ Application Programming Interface (API) พร้อมกับ กรอบแนวคิดความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่เป็นสากลเช่น NIST หรือ ISO/IEC 27001
    2.สร้างกองทุนเยียวยาผู้สุจริตทางการเงิน เพื่อช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ
    3.ยกระดับบทลงโทษบัญชีม้า และเชื่อมระบบ Blacklist ให้มีผลบังคับใช้ร่วมกันทุกธนาคาร
    4.ลงทุนด้าน AI Fraud Detection ระดับชาติ โดยความร่วมมือของ ธปท.–สมาคมธนาคาร–DES
    5.ปรับปรุงกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) เพื่อเปิดทางการแชร์ข้อมูลระหว่างหน่วยงานในกรณีที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันอาชญากรรม

      บทสรุป

      มาตรการนี้ไม่ใช่เพียงการปราบปรามมิจฉาชีพ แต่เป็นการคืนความยุติธรรมแก่ผู้สุจริต และ สร้างความเชื่อมั่นในระบบการเงินไทย ให้ประชาชนทุกคนมั่นใจว่า เงินในบัญชีจะไม่ถูกทำให้กลายเป็น “บัญชีม้า” โดยไม่เป็นธรรม

      ภายในระยะเวลา 4 เดือนนี้ ด้วยความร่วมมือบูรณาการแท้จริงของ รัฐบาล นำโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงาน ปปง. และ ธนาคารพาณิชย์ ประเทศไทยจะมีเกราะป้องกันทางการเงินดิจิทัลที่เข้มแข็งที่สุดในภูมิภาค มั่นใจได้เลยว่าจะสามารถฟื้นฟูความเชื่อมั่นศรัทธาของประชาชนกลับคืนมาได้เป็นมรรคเป็นผล

      แหล่งอ้างอิง

      • World Bank. (2023). Cybersecurity and Financial Sector Resilience in Emerging Economies. Washington, DC.
      • Li, X. (2022). Social Credit Systems and Financial Crime Prevention in China. Journal of Financial Crime Prevention, 29(3), 455–470.
      • European Commission. (2022). Digital Operational Resilience Act (DORA). Brussels.
      • สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.). (2568). รายงานประจำปี.
      • สำนักงานตำรวจแห่งชาติ. (2567). สถิติอาชญากรรมไซเบอร์และคดีบัญชีม้า.
      • ธนาคารแห่งประเทศไทย. (2567). รายงานเสถียรภาพระบบการเงิน.