เมื่อวันที่ 24 ก.ย. ที่โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชัน พล.อ.อ.พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) กล่าวในงานพบปะสื่อมวลชนก่อนเกษียณอายุราชการ เปิดใจถึงการทำหน้าที่ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ว่า การที่ ทอ. ได้รับการยอมรับในขณะนี้ ไม่ใช่เพราะตนเองเก่ง แต่เป็นเพราะการมีทีมงานที่ดี ทำงานเป็นหนึ่งเดียว แม้กระทั่งการต่อรองในโครงการจัดหาเครื่องบินขับไล่โจมตีฝูงใหม่กับต่างประเทศ ทีมงานมีความสำคัญ เพราะมีเป้าหมายเดียวกันในการทำให้ ทอ. ได้ประโยชน์สูงสุด คุ้มค่ากับเงินหรือภาษีที่เสียไป
พล.อ.อ.พันธ์ภักดี กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาในการดำเนินการต่างๆ ตนก็จะบอกกับสื่อมาตลอด โดยไม่มีการปิดบัง ไม่โกหก หลอกลวง เพราะไว้ใจกัน แต่บางอย่างก็ต้องขอบอกภายหลัง รอจังหวะเวลาที่เหมาะสม เพราะอาจจะมีฝ่ายที่ไม่หวังดี หรือไม่เข้าใจก็จะไปพูดในทิศทางที่ไม่ถูกต้อง
พล.อ.อ.พันธ์ภักดี กล่าวอีกว่า ในการทำงานกับสื่อ ยืนยันว่าความจริงใจต่อกัน เราอยู่ด้วยใจล้วนๆ บางคนอาจจะกลัวสื่อ แต่ตนไม่ได้กลัว เมื่อเห็นก็เดินเข้าไปหา ทักทาย สวัสดีก่อน เมื่อมีอะไรที่สื่อไม่เข้าใจ ก็อธิบาย สื่อสารกันได้ ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูล ข้อเท็จจริง หรือแม้กระทั่งเหตุการณ์ที่ผ่านมา ก็ทำให้ประชาชนรัก ทอ. มากขึ้น จากการที่เราได้ประเมินจากตัวชี้วัด ซึ่งจะมีการรายงานในศูนย์ปฏิบัติการ ทอ. ทุกสัปดาห์ ล่าสุดหลังจากมีการปิดจ๊อบ ประชาชนอยู่ข้างเรา 91 เปอร์เซ็นต์ เป็นกลาง 7 เปอร์เซ็นต์ แต่ที่เป็นลบกับเรา 0 เปอร์เซ็นต์ ทอ. ยืนยันว่าที่ผ่านมาไม่เคยสื่อสารข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง และไม่เคยสร้างข้อมูลที่ทำให้เราดูดีขึ้น หรือเก่งขึ้น แต่เรามีการสื่อสารและทีมงานโฆษก ในการประสานงานที่เก่งในการสร้างความเข้าใจ
“เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในการใช้กำลังทางอากาศ เราทำทุกอย่างด้วยความถูกต้อง ตามกฎกติกา ตามหลักสากล และเป็นกำลังหลักให้กับพี่น้องประชาชน ตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง ผมคาดหวังอยู่สองอย่าง อย่างแรกคือ การให้ประชาชนเข้าใจตนเองและกองทัพว่าทหารก็คือประชาชนคนหนึ่ง เป็นเพื่อนร่วมทุกข์ร่วมสุขกับประชาชน อยู่ในประเทศไทยและดินแดนนี้เหมือนกัน ส่วนความคาดหวังที่สองคืออยากให้ประชาชนมีความรู้สึกว่าตัวเขาเองเป็นทหาร แล้ววันนี้ผมคิดว่าเราทำได้เยอะ ท่านแม่ทัพภาคที่ 2 ท่านทำได้ ต้องขอชื่นชม ทำให้เด็กรุ่นใหม่และคนอีกหลายคนเห็นว่าเราต้องรักประเทศมากขึ้น เราเป็นพวกเดียวกัน เราต้องรักแผ่นดินไทย เพราะไม่มีใครรักแผ่นดินไทยเท่ากับพวกเรากันเอง ก็เป็นความสุขทุกครั้งที่ได้เห็นนักเรียนหรือคนไทยถือธงชาติร้องเพลงชาติ จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ตรงนี้คือความภาคภูมิใจและมีความสุขทุกครั้งที่ได้เห็น” พล.อ.อ.พันธ์ภักดี กล่าว
พล.อ.อ.พันธ์ภักดี กล่าวอีกว่า ในวันนี้ดีใจที่สุดในชีวิต ที่ได้ทำการบินอีกครั้ง ในการไปอำลากองบิน 4 ตนเห็นน้องๆ ที่ได้ปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ ซึ่งตนก็ได้บินกับเขา และอากาศเป็นใจมาก รอบสนามบินฝนตก แต่บริเวณสนามบินฝนไม่ตก แต่วันนี้ท้องฟ้าสวยงามที่สุด ภาพชุดนักบินของน้องๆ และกลิ่นเหงื่อที่เราเคยรู้สึกว่าไม่หอม หรือสิ่งที่เราเห็นอาจจะดูเกะกะ แต่วันนี้กลับเป็นวันที่สวยงามที่สุด ตนได้รับเกียรติจากกองทหารเกียรติยศ และได้เดินผ่านแถว สูดหายใจเข้าลึกๆ และจำกลิ่นหอมนี้ไว้เพราะเป็นกลิ่นหอมของนักรบ กลิ่นหอมของผู้เสียสละ ซึ่งเป็นกลิ่นที่หอมที่สุด
“ฝากพี่ๆ น้องๆ ที่อยู่ยังในกองทัพ ถ้าวันหนึ่งได้อยู่ในตำแหน่ง ได้ทำหน้าที่ขอให้ทำให้ดีที่สุด เดินไปข้างหน้าด้วยความรักและสามัคคีด้วยกัน สำหรับ พล.อ.อ.เสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศคนใหม่ เป็นบุคคลที่ตนยอมรับในความรู้ ความสามารถ และมีอัธยาศัยที่ดี ไม่แตกต่างจากตน เชื่อมั่นว่าพร้อมจะดูแลกองทัพอากาศและเอกราชอธิปไตย ต่อจากตนได้อย่างมีประสิทธิภาพ” พล.อ.อ.พันธ์ภักดี กล่าว
ด้าน พล.อ.อ.เสกสรร คันธา ว่าที่ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) กล่าวว่า พล.อ.อ.พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผบ.ทอ. ได้ให้ทิศทาง ทอ. มาไกลมาก แล้วตนจะสานต่อสิ่งที่ พล.อ.อ.พันธ์ภักดี สร้างไว้ ให้แข็งแกร่งและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งเป็นเจตนารมณ์และปณิธานของตน
ด้าน พล.อ.อ.พันธ์ภักดี กล่าวเพิ่มเติมว่า คำขวัญของของกองทัพอากาศ ภายใต้การนำของ พล.อ.อ.เสกสรร จะเป็นกองทัพอากาศที่แข็งแกร่งกว่า และมีประสิทธิภาพมากขึ้น



