นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เปิดเผยว่า ที่การประชุม บอร์ด กสทช. ได้พิจารณาวาระการขอทดสอบระบบแจ้งเตือนภัยพิบัติหรือเหตุฉุกเฉิน (EWS) ในระบบเปิด ผ่านโครงข่ายโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัลที่มีการใช้งานจริงของกองทัพบก โดยสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก (ททบ.) โดยอนุญาตให้กองทัพบก ดำเนินการทดสอบระบบแจ้งเตือนภัยพิบัติหรือเหตุฉุกเฉิน (Emergency Warning System) ผ่านสถานีโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัล โดยเป็นรูปแบบการแจ้งเตือนภัยในรูปแบบข้อความขึ้นหน้าจอโทรทัศน์ที่ใช้โครงข่ายภาคพื้นดินในระบบดิจิทัล (MUX) ของ ททบ. จำนวน 11 ช่อง
ซึ่งได้แก่ ช่อง ทีเอ็นเอ็น, เวิร์คพอยท์ ทีวี, ทรูฟอร์ยู, เนชั่น ทีวี, จีเอ็มเอ็ม, โมโน 29, 7 เอชดี, วัน, อัมรินทร์ ทีวี เอชดี, พีพีทีวี และ ช่อง 5 โดยทาง กสทช. ได้พิจารณาอนุญาตให้ ททบ. ทดสอบระบบ EWS ในวันที่ 13 พ.ย. 68 เวลา 00.00–01.00 น. ซึ่งเป็นเวลาที่จะส่งผลกระทบต่อครัวเรือนไม่มากใน 2 พื้นที่ภาคเหนือและภาคใต้ คือ 1. ภาคเหนือ สถานีบ้านนาไร่เดียว ครอบคลุม 4 อำเภอ จ.พะเยา ได้แก่ อ.เมืองพะเยา อ.ดอกคำใต้ อ.ภูกามยาว อ.แม่ใจ และบางส่วน 2 อำเภอ จ.ลำปาง ได้แก่ อ.งาว และอ.แม่เมาะ

และ 2. ภาคใต้ สถานีหลังสวน ครอบคลุม 3 อำเภอ จ.ชุมพร ได้แก่ อ.หลังสวน อ.ละแม อ.ทุ่งตะโก และบางส่วน 1 อำเภอ จ.สุราษฎร์ธานี อ.ท่าชนะ โดยภายหลังจากการทดสอบ ผู้ประกอบการสถานีโทรทัศน์จะดำเนินการรายงานผลต่อ กสทช. ภายใน 60 วัน ครอบคลุมทั้งด้านเทคนิค ปัญหา และข้อเสนอเพื่อพัฒนาระบบต่อไป นอกจากนี้ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบให้กำหนดให้อุปกรณ์ ซิมบ็อกซ์ และเกตเวย์ ผ่าน วีพีเอ็น ต้องได้รับอนุญาตจาก กสทช. ก่อนการนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ หรือให้บริการโทรคมนาคม เพื่อให้การใช้งานอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายและป้องกันไม่ให้เป็นช่องทางของการก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยีด้วย.



