วู้ดดี้ เวิลด์ (Woody World) ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและพันธมิตรภาคเอกชน เตรียมเปิดปรากฏการณ์ครั้งสำคัญในวงการสุขภาพไทย ด้วยการจัดงาน ‘Life Expo 2025‘ มหกรรมสุขภาพแบบองค์รวมครั้งแรกของประเทศ ภายใต้แนวคิด Come Explore The Better You โดยมีเป้าหมายเพื่อขับเคลื่อนแนวทางสู่สุขภาวะที่ยั่งยืน พร้อมยกระดับอุตสาหกรรมเวลเนสของไทยให้ก้าวเป็นศูนย์กลางระดับโลก ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15-16 พฤศจิกายน 2568 ณ UOB LIVE เอ็มสเฟียร์
ภายในงานได้รวบรวมกูรูด้านสุขภาพและแบรนด์ชั้นนำกว่า 100 ราย เพื่อนำเสนอแนวทางดูแลสุขภาพแบบเจาะลึกในมิติต่างๆ ทั้งร่างกาย จิตใจ ความงาม และนวัตกรรมทางการแพทย์ โดยแบ่งพื้นที่จัดแสดงออกเป็น 6 โซนหลัก ได้แก่ Life Code, Life Wellness, Life Skills, Life Market, Life Stage และ Life Partners ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานได้สำรวจมิติสุขภาพในทุกแง่มุม ตั้งแต่การใช้เทคโนโลยีวิเคราะห์สุขภาพส่วนบุคคล การปรับไลฟ์สไตล์เพื่อชีวิตที่ดี ไปจนถึงเวิร์กชอปสร้างทักษะ และการนำเสนอนวัตกรรมสุขภาพล้ำสมัยจากบรรดาพันธมิตรผู้สนับสนุน

‘วุฒิธร มิลินทจินดา’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร วู้ดดี้ เวิลด์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันเทรนด์สุขภาพแบบองค์รวมกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพมากขึ้น ซึ่งเป็นแรงผลักดันให้ตลาดเวลเนสขยายตัวอย่างก้าวกระโดดและมีมูลค่าตลาดรวมกว่า 1.4 ล้านล้านบาท ด้วยปัจจัยหนุนหลัก เช่น เทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างต่อเนื่องและสังคมผู้สูงอายุที่หันมาให้ความสำคัญกับการป้องกันสุขภาพ งาน Life Expo 2025 จึงไม่ได้เป็นเพียงงานเอ็กซ์โปทั่วไป แต่ยังเป็นเวทีเปลี่ยนผ่านสู่ชีวิตสมดุล ที่สำคัญยังสร้างโอกาสทางธุรกิจให้ผู้ประกอบการไทยได้เชื่อมโยงพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ โดยคาดการณ์ว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 2 หมื่นคน และเม็ดเงินสะพัดภายในงานราว 50 ล้านบาท ตลอดระยะเวลา 2 วันของการจัดงาน
สำหรับไฮไลต์ของงานคือการเปิดตัวผู้นำแนวคิดด้านสุขภาพและไลฟ์สไตล์หลากหลายวงการ อาทิ ตั๊ก มยุรา, ชมพู่ อารยา, เกรซ กาญจน์เกล้า, ปันปัน สุทัตตา และ Ck Cheong ที่จะมาร่วมเสริมมุมมองและสร้างแรงบันดาลใจในการก้าวสู่สังคมสุขภาพ ขณะที่ด้านวิชาการและนวัตกรรม ได้รับการยืนยันถึงความสำคัญจากหน่วยงานภาครัฐอย่างชัดเจน

‘ศาสตราจารย์ (วิจัย) ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต’ ประธานกรรมการหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) กล่าวว่า นวัตกรรม คือหัวใจสำคัญในการรับมือกับความท้าทายของโลกยุคใหม่ โดยเฉพาะนวัตกรรมด้านสุขภาพ ที่มีการใช้เทคโนโลยี AI ในการวินิจฉัยโรค การพัฒนาอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัย และการใช้ Big Data เพื่อวิเคราะห์แนวโน้มสุขภาพ ถือเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย บพข. พร้อมที่จะสนับสนุนและส่งเสริมนักวิจัย นักพัฒนา และผู้ประกอบการในการสร้างสรรค์นวัตกรรมสุขภาพที่มีศักยภาพ เพื่อหนุนประเทศไทยสู่การเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมสุขภาพในภูมิภาคเอเชีย

ด้าน ‘ผศ.ดร.วีรชัย อาจหาญ’ ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กล่าวเสริมว่า วว. มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการจัดงาน Life Expo 2025 ในครั้งนี้ งานนี้เป็นมากกว่ามหกรรมแสดงสินค้า แต่เป็นแพลตฟอร์มสำคัญที่ช่วยเชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้ากับอุตสาหกรรมสุขภาพได้อย่างเป็นรูปธรรม และเชื่อมั่นว่านวัตกรรมและงานวิจัยของคนไทย จะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการยกระดับการบริการด้านสุขภาพให้ก้าวทันโลก
การจัดแสดงในแต่ละโซน ประกอบไปด้วย 1. ‘Life Code’ มุ่งเน้นการนำ AI มาวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพเฉพาะบุคคล, 2.‘Life Wellness’ นำเสนอแนวทางไลฟ์สไตล์เพื่อชีวิตที่ดี เช่น การกินที่เหมาะสม (Eat Well), การดูแลรูปลักษณ์ (Glow Well) และการเคลื่อนไหวร่างกาย (Move Well), 3. ‘Life Skills’ เปิดเวิร์กชอปสร้างทักษะชีวิตในด้านสุขภาพ ความงาม และสมาธิ, 4. ‘Life Market’ เป็นแหล่งรวมสินค้าและบริการเพื่อสุขภาพ, 5. ‘Life Partners’ เปิดตัวนวัตกรรมสุขภาพจากพันธมิตร และ 6. ‘Life Stage’ เป็นเวทีให้ผู้นำความคิดแลกเปลี่ยนมุมมองเพื่อแรงบันดาลใจ โดย Life Expo 2025 ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานสำคัญ อาทิ บพข., กระทรวง อว., Gentix, Allergan, Novo Nordisk, Health Link และ Interpharma
ทั้งนี้ ภาพรวมแนวโน้มตลาดสุขภาพทั่วโลกและในประเทศไทย ต่างเป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่า ‘อุตสาหกรรมเวลเนส’ มีโอกาสในการเติบโตอย่างก้าวกระโดด สอดคล้องกับรายงานของ Global Wellness Institute ที่ระบุว่า ตลาดเวลเนสไทยเติบโต 28.4 % จากปี 2022 ไปถึง 2023 และมีมูลค่ารวมถึง 40.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อพิจารณาเฉพาะการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ พบว่ามูลค่าการใช้จ่ายอยู่ที่ 12.34 พันล้านดอลลาร์ ในปี 2023 และมีอัตราการเติบโตถึง 119.5 %
ขณะที่รายงานอีกฉบับคาดการณ์ว่ามูลค่าตลาดจะเพิ่มขึ้นจาก 26.5 พันล้านดอลลาร์ ในปี 2022 ไปเป็น 91.4 พันล้านดอลลาร์ ภายในปี 2030 และในกลุ่มการแพทย์ควบรวมกับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ คาดว่าจะเติบโตด้วยอัตรารายปีเฉลี่ย (CAGR) ประมาณ 13 % ระหว่างปี 2025 ถึง 2034
มหกรรมดังกล่าวจึงถือเป็นก้าวสำคัญที่ชูจุดแข็งของไทยในฐานะศูนย์กลางเวลเนสระดับโลก โดยเน้นบทบาทของนวัตกรรม สุขภาพองค์รวม และการสร้างพันธมิตรในระดับสากล เพื่อนำนโยบายและแนวทางไปสู่การปฏิบัติจริงในสังคมไทยอย่างยั่งยืน


