เมื่อวันที่ 25 ก.ย. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม พร้อมด้วย น.ส. มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช” รมช. คมนาคม เดินทางเข้ากระทรวงคมนาคม เพื่อปฏิบัติหน้าที่เป็นวันแรก โดยภายหลังได้กราบสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงฯ และพบปะหัวหน้าหน่วยงานแล้ว นายพิพัฒน์ ให้สัมภาษณ์ว่า ตน และ รมช.คมนาคม มีระยะเวลาการทำงานเพียง 4 เดือนก่อนยุบสภา พร้อมทำงานหนักร่วมกับข้าราชการ และรัฐวิสาหกิจทุกหน่วยงานอย่างเต็มที่ และเต็มความสามารถ โดยเรื่องใดที่เป็นภารกิจในงบประมาณปี 2569 ขอให้ช่วยกันทำงานให้แล้วเสร็จตามแผนงาน

นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า สำหรับโครงการขนาดใหญ่ด้านโครงสร้างพื้นฐาน ที่หน่วยงานต่างๆ เสนอมากระทรวงคมนาคมก่อนหน้านี้ เพื่อเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.) ก็พร้อมผลักดันต่อทุกโครงการให้ได้ภายใน 4 เดือน ได้มอบให้ปลัดกระทรวงคมนาคม รวบรวม และจัดลำดับในการนำเสนอ อาทิ โครงการรถไฟทางคู่ ระยะ(เฟส)ที่ 2 จำนวน 3 เส้นทาง ได้แก่ 1.ช่วงชุมพร – สุราษฎร์ธานี ระยะทาง 168 กิโลเมตร(กม.) วงเงิน 30,422 ล้านบาท 2. ช่วงสุราษฎร์ธานี – ชุมทางหาดใหญ่ – สงขลา ระยะทาง 321 กม. วงเงิน 66,270 ล้านบาท และ 3. ช่วงชุมทางหาดใหญ่ – ปาดังเบซาร์ ระยะทาง 45 กม. วงเงิน 7,772 ล้านบาท

นอกจากนี้ภายใน 4 เดือนนี้จะเร่งรัดการเปิดประกวดราคา(ประมูล) โครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดงเข้ม ช่วงรังสิต-มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์(มธ.) ศูนย์รังสิต วงเงิน 6.47 พันล้านบาท, โครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดงอ่อน ช่วงศิริราช-ตลิ่งชัน-ศาลายา และสถานีเพิ่มเติม 3 สถานี (สถานีสะพานพระราม 6 สถานีบางกรวย-กฟผ. และสถานีบ้านฉิมพลี) วงเงิน 1.5 หมื่นล้านบาท และโครงการทางพิเศษ(ด่วน)จังหวัดภูเก็ต เฟสที่ 1 ช่วงกะทู้-ป่าตอง ระยะทาง 3.98 กม. วงเงิน 1.67 หมื่นล้าน พร้อมกับจะผลักดันโครงการแลนด์บริดจ์ด้วย อย่างไรก็ตามกระทรวงคมนาคม เป็นกระทรวงที่ต้องขับเคลื่อนงานต่างๆ ให้เร็วที่สุด เพราะเป็นการลงทุนที่จะช่วยพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ สมกับที่ได้ชื่อว่าเป็นกระทรวงเกรด AAA++

นายพิพัฒน์ กล่าวด้วยว่า ส่วนกรณีคดีพิพาทที่ดินบริเวณเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ ที่เป็นข้อกังขาของคนไทย ได้สั่งการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) ให้ดำเนินคดีกับผู้ครอบครองที่ดินฯ ทั้ง 995 แปลงทุกราย จะไม่มีการเอื้อกัน ทุกอย่างต้องทำตามกฎหมายให้ถูกต้อง สำหรับเรื่องการก่อสร้างบนถนนพระราม 2 ภายหลังจากการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา จะลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าการก่อสร้างด้วย แต่ไม่ปิดตำนานก่อสร้าง  เพราะปิดตำนานไม่ได้สิ้นปีนี้ การก่อสร้างไม่เสร็จทั้งหมด เปิดบริการได้แค่บางส่วนเท่านั้น

“ทีมข่าวนวัตกรรมขนส่งเดลินิวส์” รายงานว่า โครงการขนาดใหญ่ที่กระทรวงคมนาคมเตรียมเสนอ ครม. รวม 11 โครงการ งบประมาณรวม 4.28 แสนล้าน อาทิ  1.โครงการรถไฟทางคู่ ระยะ(เฟส) ที่ 2 ที่เหลืออีก 6 เส้นทางจากทั้งหมด 7 เส้นทาง ระยะทาง 1,312 กม. วงเงินรวมประมาณ 2.97 แสนล้านบาท 2. โครงการมอเตอร์เวย์หมายเลข 8 หรือ M8 ช่วงนครปฐม-ปากท่อ-ชะอำแทน เฟสที่ 1 ช่วงนครปฐม-ปากท่อ ระยะทาง 61 กม. วงเงิน 61,154 ล้านบาท 3. โครงการทางด่วนสายฉลองรัช-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร ด้านตะวันออก (N2 เดิม) ระยะทาง 6.67 กม. วงเงิน 13,666 ล้านบาท 4.โครงการจัดหารถดีเซลรางปรับอากาศ บริการเชิงพาณิชย์ พร้อมอะไหล่ 184 คัน วงเงิน  2.4 หมื่นล้านบาท, 5.โครงการจัดหารถโดยสารทดแทนรถด่วนพิเศษ และรถด่วน 182 คัน วงเงินกว่า 1 หมื่นล้านบาท และ 6.โครงการจัดหาหัวรถจักรดีเซลไฟฟ้า 113 คัน วงเงิน 2.3 หมื่นล้านบาท.