ถือเป็นอีกหนึ่งนักแสดงรุ่นใหญ่อารมณ์ดีที่ผลงานมากมาย และมีแฟนๆ ต่างกันรอคอยผลงานกันอยู่ไม่น้อย สำหรับ “ ป๋ากิ๊ก-เกียรติ กิจเจริญ” ที่ตอนนี้ห่างหายไปนานกับผลงานการแสดง และหันมาทุ่มเทให้กับงานพิธีกรมากขึ้น จนแฟนๆ ต่างพากันบ่นคิถึง และสอบถามถึงผลงานการแสดงว่าจะมีมาอีกเมื่อไหร่นั้น

ล่าสุดในงานบวงสรวงภาพยนตร์รักสุดคลาสสิกแห่งปี “50 First Dates” เวอร์ชั่นประเทศไทย ที่ได้ “ณเดชน์ คูกิมิยะ” มาประกบคู่แสดงร่วมกับไอดอล K-Pop สายเลือดไทยอย่าง “มินนี่ ณิชา” จากวง “i-dle” โดย ป๋ากิ๊ก ก็ยอมใจอ่อนหวนกลับมารับงานภาพยนรต์อีกครั้ง พร้อมกับเข้าร่วมงานบวงสรวงในครั้งนี้ และได้ให้สัมภาษณ์เปิดใจถึงการกลับมารับงานแสดงในภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วย

ป๋ากิ๊ก เผยว่า “ไม่ได้เล่นหนังมาก็หลายปีอยู่นะ ก็ตั้งแต่คืนยุติธรรม (ครั้งนี้ฟอร์มยักษ์?) ฟอร์มยักษ์ไม่เคยเล่นเลย ไม่เคยเล่นกับ GDH นี่เป็นเรื่องแรกที่ร่วมงานกับ GDH แต่ติดตามผลงานเขามาตั้งแต่แรกๆ ตั้งแต่พี่เก้ง (จิระ มะลิกุล) เลย ที่มาร่วมงานครั้งนี้ คืออย่างแรกเลยถ้าติดต่อไปผมก็ต้องถามว่าเป็นหนังของใคร หนังGDH โอเค ก็ได้ใจไปแล้วส่วนนึง เพราะผมมีความรู้สึกว่าเวลาเล่นทีหนึ่ง ทำงานทีหนึ่งเราก็เชื่อมั่นในคุณภาพของGDH คงทำของที่ดีแน่ ผู้กำกับเป็นใคร ผมก็โอเคทัศนคติการเล่าเรื่องของเขาเป็นยังไง พี่เมษก็ทำเรื่องอะไร อ้ายคนหล่อลวง ATMฯ ก็หลายเรื่องที่แบบว่าเรารู้สึกว่ามุกของคนนี้เก็ทกับเรา เราเก็ทมุกที่เขาเล่า ก็รู้สึกอยากทำแล้ว และทีนี้ก็ไม่เกี่ยวกับเรื่องละ เรื่องไรได้หมด เราเชื่อในคุณภาพทีมงาน บริษัทที่สร้าง วิธีการเล่าเรื่องของผู้กำกับ ผมยังไม่รู้ว่าเป็นเรื่องอะไรนะ ไม่รู้ว่าต้องร่วมงานกับ ณเดชน์แล้วก็มินนี่ด้วย เพิ่งรู้เร็วๆ นี้เอง ว่าพระเอกคือณเดชน์ แล้วผมก็ดีใจที่เป็นณเดชน์ด้วย เพราะว่าชั่วชีวิตผมได้เป็นพ่อณเดชน์ครั้งหนึ่งอะ แสดงว่ากูก็ต้องใช้ได้อยู่นะ ถ้ากูใช้ไม่ได้เมียกูก็ต้องใช้ได้มากเลยแหละ ลูกเป็นณเดชน์ เมื่อก่อนผมก็ใช้ได้นะแต่ตั้งแต่ตกตึกมาไง ตัวก็เลยเตี้ยลงมั้ง (หัวเราะ) แต่ณเดชน์ผมชอบเขาไม่ใช่เขาเป็นคนหล่ออย่างเดียวนะ ผมมีความรู้สึกว่าเขาเป็นนักแสดงแบบไม่ห่วงหล่อ คือเล่นเรื่องอะไรก็จะกลายเป็นคนคนนั้น ผมถือว่าการแสดงเขาเก่ง นอกจากเขาหล่อแล้ว

ส่วนมินนี่ก็รู้จักเมื่อกี้เลย ครั้งแรกเลยเพิ่งรู้จักเขา เพิ่งรู้ว่าเขาเป็น k-pop เมื่อกี้ตอนเขาไปบรีฟว่าเดี๋ยวจะมีบวงสรวง ก็บอกว่าน้องคนนี้เป็น k-pop ที่เกาหลี เพราะว่าผมไม่ทันยุคบอกตามตรง แต่ว่าน้องเป็นเด็กที่น่ารัก เขาก็เป็นคนทุ่มเท ไม่งั้นเขาผ่านตรงนั้นไม่ได้ ก็ยินดีครับสำหรับเรื่องนี้นักแสดงทุกคนผมเชื่อว่าคุณภาพแล้วก็วิธีการเล่าเรื่อง หลายกคนอาจจะคิดว่ามันเป็นเรื่องสมัยก่อน อย่างที่เขาบอก20-30ปีแล้ว แต่ผมคิดว่าวิธีการเล่าเรื่องเขาต่าง และอย่างที่บอกเขาเอาเพียงคอนเซ็ปต์มา แล้วผมก็จะบอกว่าโรแมนติกมากๆ ผมไม่รู้ว่าเป็นความลับหรือเปล่านะ แต่ผมมีความรู้สึกว่ามันมีความโรแมนติกมากๆ เพราะว่าคนที่ลืมมันเป็นผู้ชายไง ตื่นเช้ามาก็ต้องจีบคนนี้อีกแล้ว คนบ้าอะไรชอบผู้หญิงคนเดิมทุกวัน ก็ลองนึกภาพดู ในเรื่องคือผู้ชายมันจะต้องไปชอบผู้หญิงก่อน พอตื่นมาเจอผู้หญิงคนนี้ก็ปิ้งทุกวันเลย ทุกครั้งเลย ผมว่ามันจะโรแมนติกกว่าของฝรั่ง เพราะว่าของฝรั่งผู้ชายมันเจอผู้หญิงผู้หญิงมันจำไม่ได้ ผมก็ยังไม่รู้ว่าเรื่องมันเป็นยังไงนะ แต่ผมเดาว่ามันน่าจะโรแมนติกกว่า”

ป๋ากิ๊ก เผยว่า “เพิ่งผ่านวันเกิดมา ก็เหมือนเดิมนะ 60 ครั้งแล้ว ก็ชิน อายุก็เพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ ความคิดก็เปลี่ยนเรื่อยๆ เพราะเราก็ประสบการณ์เพิ่มมากขึ้น ในมุมมองของเรา ถามว่ามันเป็นเรื่องกระทันหันไหมก็ไม่ใช่ ก็เลยถามว่าอายุ 62 ต่างจากอายุ 60 ยังไง ก็ได้นั่งรถไฟฟ้าขึ้นราคามั้ง(หัวเราะ) เบี้ยสูงอายุมันไปเบิกยังไงวะ แต่เราก็มีความรู้สึกว่าโชคดีนะ ทุกวันนี้ผมไม่เคยมีความรู้สึกแบบนี้ แต่ก็เริ่มมีความรู้สึกแบบนี้เมื่อเร็วๆ นี้ ไม่ใช่เป็นเพราะวันเกิด เริ่มมีความรู้สึกว่าเราตื่นมาอีกวันแล้วว่ะ วันนี้เราตื่นมาอีกวันแล้ว แสดงว่าเรารอดไปอีกหนึ่งวันแล้ว วิธีดูแลตัวเองก็ทำจิตใจให้สบายผมคิดว่า อย่าไปซีเรียสกับอะไรมากมายนัก ผมว่าผมเป็นคนที่ปล่อยวางได้ง่าย มันก็ไม่มีอะไรที่เราไม่เคยเจอเปล่า ก็มี (หัวเราะ) การมีหลานทำให้ชีวิตเราสดชื่นไปอีกแบบ เราก็เห็นพัฒนาการของเขา ไอ้คนที่บอกว่ารักหลานมากลูก ลูกเราน่ารักที่สุดในสมัยมีลูก แต่ไอ้คำว่ารักหลานมากกว่าลูกมันจริงว่ะ ไม่ปฏิเสธเลย มันจริงเรามีความรู้สึกว่าเป็นเพราะว่าเรามีเวลามากกว่าตอนที่เรามีลูก เพราะว่าตอนที่เรามีลูกเรากำลังทำงาน กำลังหมกมุ่นสมองเรากำลังคิดว่าเราจะจะเดินต่อไปยังไงเราจะจะเจริญก้าวหน้ายังไง แต่ตอนนี้เราเริ่มเตรียมตัวที่จะจากโลกนี้ไป
เห้ย คนเราต้องเตรียมนะ เวลาเราเหลืออีกไม่นาน สักวันหนึ่งเราก็ต้องตายหรือเปล่าวะ แล้วเราเป็นคริสเตียน เราก็ต้องไปจองหลุม ซึ่งจองแล้วมีแล้ว ทำไมเราต้องจองเดี๋ยวที่มันเต็ม ริมโน้นไม่เอา เอาทำเลก่อน ต้องเลือกที่ มึงไปซื้อหมู่บ้านมึงจะไม่จองเหรอ ถามว่ามันจะมองเป็นการแช่งตัวเองไหมก็ไม่หรอก ปัดโถ่ มึงก็ต้องตายมึงจะอยู่ค้ำฟ้าหรอ มึงจะอยู่สัก 300 ปีไหม แต่ญาติมึงตายหมดเลยนะ ไม่ไหวมั้ง ต้องทำความรู้จักคนใหม่อีก ทุกวันนี้คนอื่นเป็นไงไม่รู้ แต่ผมเฉยๆไง ก็บอกแล้วว่าผมตื่นเช้ามาก็คิดซะว่าผมรอดมาหนึ่งวันแล้ว นี่กูปวดขี้นะเนี่ย กูยังมีความรู้สึกว่ะ นี่ก็เมื่อยดีกูยังมีแขนให้เมื่อย พินัยกรรมต้องเตรียมยังไงอันนี้โหพูดเรื่องใหญ่มากเลย ผมก็ไม่ได้เตรียมนะ ไม่ได้เขียนไม่ได้อะไร เมียคงทำ เมียผมคงไม่ปล่อยหลุดหรอก เมียเป๊ะ ทุกวันนี้นี่ไม่มีตังค์นะเนี่ย เงินหายไปไหนหมด ตรงนี้บอกก่อนว่ามีเก็บ ไม่ได้หาย อย่าเรียกหาย เรียกว่ามันไม่เคยอยู่กับเรา ถ้ามันหายแสดงว่ามันเคยอยู่กับเรามาก่อน เมียก็โอนให้เราต่ออีกที เมียใจดี”

ป๋ากิ๊ก เผยต่อว่า “เรื่องสุขภาพมีอะไรให้กังวลไหม ก็พยายามพบแพทย์บ่อยๆ ก็ไปตรวจไขมัน ก็ทุกโรคและ ไขมันความดัน น้ำตาล ก็คือไม่มีตัวเลขที่สูงแต่ก็ต้องกินยาประคองไว้ คนแก่มันก็เป็นทุกโรคแหละ เพียงแต่ว่าเราใช้ชีวิตอย่าให้มันแปลกประหลาดมากนัก แต่พี่บอกว่าสำหรับคนที่อายุเยอะๆนะ เตือนอย่างหนึ่งมึงอย่าไปซีเรียสมากอย่าไปกังวลมาก ว่าลูกหลานจะเป็นยังไง คือเขาเจริญก้าวหน้ามึงไม่เห็นหรอก มึงตายแล้ว เขาจะเจ๊งหรือเขาจะรวย บางทีคนแก่ไปพะวงว่าอนาคตของลูกหลานจะเป็นยังไง ไม่ใช่อนาคตของลูกด้วยนะ อนาคตของหลาน คือมึงไม่เห็นหรอก ประตูฮวงซุ้ยมันบัง

งานในวงการเราอาจจะลดน้อยถอยลงเท่าที่เราไหว วงการหมายถึงพิธีกรอะนะ เพราะงานพิธีกรมันค่อนข้างใช้แรงเยอะ แต่ก่อนเราจัดรายการแล้วก็รู้สึกพอกลับบ้านเราก็มีแรง ยังไปกินเหล้าได้ยังไปทำอะไรได้ แต่ตอนนี้ไม่ไหว เหนื่อย เห็นดีดอยู่ข้างหน้ากล้อง แต่พอเขาคัตก็ไปนั่ง (ถอดปลั๊กเลย?) ก็ไม่ได้ถอดปลั๊กหรอก กูถอดแบต (ยิ้ม) เปลี่ยนแบต มันก็เหมือนมันเมื่อยมันหมดแรง ถามว่าเกษียณไหม ก็อาจจะไม่ได้วางแผนขนาดนั้น แต่มันก็ลดน้อยถอยลง เพราะว่ายังต้องกินข้าว ตอนแรกฝึกกินหญ้า แต่ว่าไม่อร่อย ย่อยยาก (ขำ) กินข้าวดีกว่า ส่วนเรื่องหลานถ้าถามว่าอยากมีเพิ่มไหม ผมก็อยาก แต่ว่ามันอยู่ที่พ่อแม่เขา (มีคุยกันไหม?) ไม่มีแล้ว มีแต่ที่คุยกันตอนแต่งงานได้แล้ว ตอนนู้นที่เขาเป็นแฟนกัน บอกแต่งงานกันได้แล้วพ่ออยากอุ้มหลาน เพราะถ้าไม่พูดกับมันสงสัยจะอีกนาน เพราะว่าเปา (เปาวลี) เขาก็งานเยอะ กลัวแต่งจะเป็นค่านิยม แต่ปรากฎว่าแต่งแล้วงานเยอะ มีลูกแล้วงานเยอะกว่าเดิม”..



