จากมหากาพย์ดราม่าสะเทือนวงการบันเทิงและโซเชียลที่ผู้คนให้ความสนใจ สำหรับกรณีปมร้อนระหว่างนักร้องหนุ่มดาวรุ่ง “ติณติณ-จรัสรวี เทียมรัตน์” สมาชิกวง New Country” และ “ฟารีดา เอลิซาเบธ ที” หลังจากฝ่ายหญิงออกมาเปิดประเด็นพาดพิงอ้างเรื่องตั้งครรภ์ จนบานปลายกลายเป็นการขุดแชตแฉ สาดโคลนกันไปมา และมีการกล่าวหาด้วยถ้อยคำรุนแรงจนลุกลามไปถึงขั้นจะฟ้องร้องดิสเครดิต ท่ามกลางข้อกังขาของสังคมที่ยังคงรอคอยบทสรุปอย่างใจจดใจจ่อว่าข้อเท็จจริงของเรื่องนี้คืออะไรกันแน่

ล่าสุดวันนี้ เรื่องราวได้เดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ เมื่อทั้งสองฝ่ายได้ตกลงปลงใจขยับเลื่อนวันนัดหมายให้เร็วขึ้น เพื่อเผชิญหน้าและเข้ารับการตรวจพิสูจน์สารพันธุกรรม (DNA) ร่วมกัน เพื่อยุติทุกข่าวลือและเคลียร์ทุกข้อกังขาให้กระจ่างชัดเจนต่อสังคม โดยมีทัพสื่อมวลชนเดินทางมาร่วมเกาะติดสถานการณ์และสังเกตการณ์อย่างเนืองแน่น

ซึ่งในวันนี้ทางด้านของ คุณพ่อและคุณแม่ของติณติณ ก็ได้เดินทางมาด้วย พร้อมเปิดใจต่อหน้าสื่อมวลชนเป็นครั้งแรกถึงความรู้สึกที่อัดอั้นมานาน โดยเฉพาะความห่วงใยที่มีต่อเด็กในท้อง โดยด้านคุณพ่อติณติณ เผยว่า “เรื่องที่น้องกล่าวพาดพิง พรากผู้เยาว์และยาเสพติด มันค่อนข้างรุนแรงมาก เกิดความเสียหายกับน้องรุนแรงเลย มีความเห็นว่าอยากฟ้องเรียกความเป็นธรรม มันแรงมากเกินไปแบบไม่มีเหตุไม่มีผล ไม่มีหลักฐานชัดเจน ที่ทุกคนเห็นจะเห็นว่าเขาพูดรุนแรงมาก ไม่ใช่แค่เคสนี้ เคสอื่นเขาก็พูด โดยที่ไม่มีหลักฐาน ดูสนุกปากไป เรื่อง DNA ก็เป็นส่วนหนึ่ง”

คุณแม่ติณติณ “แต่นี่ (ติณติณ) เขาอยากให้แม่โฟกัสเรื่องผลตรวจก่อน แต่แม่ก็เอ๊ะ ผู้หญิงอะไรถ้าท้องจะบอกคนอื่นก่อน แม่ก็เลยไม่แน่ใจ ถ้าเป็นแม่ แม่เสียใจไม่ทำแบบนี้ จะโฟกัสลูกมากกว่า ลูกดิ้นหรือยัง จะ 5 เดือนแล้ว แม่อยากจะเข้าไปถามกินอะไรหรือเปล่า? วันนี้กินอะไรหรือยัง ลูกดิ้นหรือยัง”

คุณพ่อติณติณ “ควรที่จะมีผู้ใหญ่มาคุยกัน ไม่ควรจะเป็นแบบนี้ ไม่ควรจะออกมาเป็นแบบนี้”

คุณแม่ติณติณ “เราก็ไม่ใช่คนใจดำ”

คุณพ่อติณติณ “เราควรคุยกันดีๆ ไม่ควรกล่าวร้ายที่รุนแรง”

คุณแม่ติณติณ “แม่สงสารเด็กมากกว่า ยิ่งถ้าเป็นหลานเรา อยากจะร้องไห้เลย สงสารเด็ก”

นอกจากนี้ คุณแม่เผยว่า “ถ้าเป็นลูกติณติณ แม่ก็รัก แต่ขอดูผลก่อน แม่อยากเข้าไปถามเป็นไงบ้าง ลูกดิ้นหรือยัง แต่ไม่กล้าถาม”

ทั้งนี้ ในส่วนเรื่องผู้ใหญ่ของอีกฝ่าย คุณพ่อคุณแม่ระบุว่าไม่เคยพบเลย เรียกได้ว่าเป็นความรู้สึกจากอกของคนเป็นพ่อเป็นแม่ที่ทั้งเจ็บปวดและเป็นห่วงอนาคตเด็กอย่างที่สุด แต่อย่างไรก็ตาม คงต้องรอให้ผลตรวจ DNA ส่งตรงกลับมาจากแล็บฮ่องกงภายใน 14 เพื่อให้ความจริงกระจ่างชัดเจน และหลังจากนั้นครอบครัวของหนุ่มติณติณจะฟ้องร้องเรียกความเป็นธรรม และมีแนวทางการดูแลเด็กในครรภ์อย่างไรนั้นคงต่อติดตามกันต่อ