เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 26 ก.ย. ที่หน้าศาลจังหวัดขอนแก่น สัตวแพทย์หญิงเอ (นามสมมุติ) อายุ 40 ปี เจ้าของโรงพยาบาลสัตว์แห่งหนึ่ง พร้อมด้วยนายวลงกรณ์ โสดาศรี ทนายความ ได้นำเอกสารหลักฐานเข้าร้องเรียนต่อสื่อมวลชน หลังได้รับความเสียหายจากการลงทุนซื้อขายหุ้นกับบริษัทหลักทรัพย์ชื่อดังแห่งหนึ่ง

สัตวแพทย์หญิงเอ เปิดเผยว่า เธอได้เปิดบัญชีลงทุนกับบริษัทดังกล่าวตั้งแต่เดือนธันวาคม 2564 โดยลงทุนในสินทรัพย์ประเภท Single Stock Futures (SSF) ผ่านบริการ Over-the-Counter (OTC) โดยมีพนักงาน Investment Consultant (IC) เป็นผู้ดูแลพอร์ตการลงทุน แต่กลับพบว่ามีการให้ข้อมูลบิดเบือน ชักจูงให้ทำธุรกรรมในลักษณะซื้อสองทาง ทั้งหุ้นขึ้นและหุ้นลง รวมกว่า 100 ตัว จนเกิดความเสียหายรวมกว่า 22 ล้านบาท

“การลงทุนทั้งหมดดำเนินผ่านพนักงาน IC ซึ่งมีการให้คำแนะนำแบบไม่โปร่งใส ใช้ถ้อยคำสร้างความมั่นใจผิดๆ เช่น ‘โฮลทิพย์ ขาดทุนทิพย์ แต่กำไรจริง’ รวมทั้งมีการทำธุรกรรมที่ไม่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ทางการเงิน ทำให้ตัวพนักงานและบริษัทได้รับค่าคอมมิชชั่นและดอกเบี้ยจากธุรกรรมรวมกว่า 13 ล้านบาท ขณะที่ตัวเองไม่ได้รับความชัดเจนเรื่องความเสียหายจนต้องร้องเรียนต่อบริษัทและ ก.ล.ต.”

สัตวแพทย์หญิงเอ กล่าวต่อว่า หลังพบความผิดปกติ บริษัทได้เปลี่ยนพนักงาน IC ให้คนใหม่ แต่กลับปฏิเสธการชดเชยเยียวยา โดยอ้างว่าพนักงานรายเดิมลาออกก่อนการสอบสวน และการลงทุนที่เกิดขึ้นเป็นความผิดส่วนตัวของพนักงาน ไม่เกี่ยวข้องกับบริษัท ทั้งนี้ มูลค่าความเสียหายจริงรวมกว่า 22 ล้านบาท ขณะนี้ ได้ดำเนินคดีอาญากับพนักงานและบริษัทหลักทรัพย์ ฐานฉ้อโกงและความผิดเกี่ยวกับหลักทรัพย์ และฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหาย ขณะที่ ก.ล.ต. ยังอยู่ในขั้นตอนรวบรวมพยานหลักฐาน ทำให้เธอรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม

“กรณีนี้ควรเป็นอุทาหรณ์สำหรับนักลงทุนรายย่อย แม้ลงทุนผ่านบริษัทถูกกฎหมายและมีชื่อเสียง ก็ยังมีความเสี่ยงหากขาดความโปร่งใสและจริยธรรมจากผู้แนะนำการลงทุน ความเชื่อใจไว้ใจในตัวบริษัทและพนักงานเองก็อาจนำไปสู่ความเสียหายร้ายแรงได้” เธอกล่าวทิ้งท้าย

ทั้งนี้ คดีแพ่งจะมีการสืบพยานในวันที่ 7-10 ตุลาคม 2568 โดยสัตวแพทย์หญิงเอ และทีมทนายความมั่นใจว่ามีพยานหลักฐานเพียงพอในการเอาผิดพนักงานและบริษัท