เมื่อวันที่ 27 ก.ย. นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี แบ่งงานรองนายกฯ ทั้ง 6 คน หากไม่นับงานรองนายกฯ ที่ดูแลภาพรวมทางเศรษฐกิจ และการรับผิดชอบงานทางกฎหมาย ที่เหลือทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ เป็นการแบ่งงานภูมิภาค เหนือ กลาง อีสาน ใต้ ตะวันออก เพื่อเตรียมพร้อมเลือกตั้งต้นปี 2569 หรือไม่
นายพร้อมพงศ์ กล่าวอีกว่า เป็นการจัดแม่ทัพคุมโซน ตอบสนองความต้องการกลุ่มการเมืองโดยที่ประชาชนไม่ได้ประโยชน์อะไร นับวันจะละเมิดบันทึกข้อตกลงสนับสนุนการจัดตั้งรัฐบาล (เอ็มโอเอ) ระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับพรรคประชาชน ที่มีต่อพรรคประชาชน จะไม่มีเสียง สส. มาเติม ตั้งแต่นายอนุทิน ได้รับการโหวตเป็นนายกฯ มีกลุ่มการเมือง หลายพรรคการเมือง ย้ายกันเข้ามาชนิดไม่เกรงใจสีส้ม พรรคที่เคยยึดมั่นหลักการณ์ก็นิ่งเงียบ
นายพร้อมพงศ์ กล่าวอีกว่า รัฐบาลนายอนุทิน เผชิญปัญหาหลุมยุบขนาดใหญ่ หน้าวชิรพยาบาล กลางเมืองกรุง ท่านที่เก่งตอบทุกเรื่องบอกต้องมีผู้รับผิดชอบ แต่พอถูกถามถึงบริษัทรับเหมาที่ได้งานนี้ แค่ยิ้ม ๆ เดินออกจากวงสัมภาษณ์ไปดื้อ ๆ โลกโซเชียลตอนนี้ถล่มทลายมาก พรรคที่เคยเก่งขุดคุ้ย เกาะติด กระทรวงแรงงาน ประกันสังคม ถนนพระราม 2 ใน กทม. มี สส. ถึง 32 คน กลับไม่แสดงท่าที นำมาสู่การถกเถียงในสภา มัวแต่มาเล่นเกมเรื่ององค์ประชุมสภาล่ม มาตรวจสอบฝ่ายค้านด้วยกัน
“ไม่รู้เหมือนกันว่า มีดีลพิเศษอะไรกันอีกหรือไม่ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ กระทบถึงชีวิต ทรัพย์สิน ความปลอดภัย ความเชื่อมั่นระบบคมนาคมขนส่งคนที่อยู่ใน กทม. และประชาชนที่อาศัยในเมืองหลวง ควรหยิบยกพูดคุยอย่างจริงจัง หาตัวผู้ทำความผิด ตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ ไม่แปลกใจแฟนคลับส้มจะผิดหวัง ตั้งแต่ยกมือให้นายอนุทิน เอ็มโอเอโดนละเมิด มาถึงหลุมยุบขนาดใหญ่ ชาวเน็ตจะตั้งข้อสังเกตลักษณะอย่างนี้ ลืมหน้าที่ฝ่ายค้าน แต่เป็นฝ่ายค้ำยันให้รัฐบาลหรือไม่” นายพร้อมพงศ์ กล่าว
นายพร้อมพงศ์ กล่าวต่อว่า วันที่ 29-30 ก.ย. 2568 นายอนุทินและคณะรัฐมนตรี (ครม.) แถลงนโยบายรัฐบาล 4 ด้าน ครอบคลุมทั้งการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ความมั่นคงชายแดน ปัญหาสังคม การพนัน คอลเซ็นเตอร์ ขอให้กวาดล้างจริง ๆ จัง ๆ รวมทั้งเรื่องภัยพิบัติธรรมชาติ สร้างระบบเตือนภัย เยียวยาชดเชย ทันท่วงที เรื่องหลุมยุบขนาดใหญ่หน้าวชิรพยาบาล จะสรุปออกมาอย่างไร เรื่องนี้มันเกี่ยวพันไม่ใช่แค่รถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กระทรวงคมนาคม กทม. รัฐบาลมีประเด็นอื่น ๆ ที่ต้องสรุปบทเรียนและตรวจสอบ นำมาสู่การแก้ไขทั้งระบบ
นายพร้อมพงศ์ กล่าวอีกว่า หลังการแถลงนโยบายเสร็จสิ้น รัฐบาลมีเวลา 4 เดือน หรือประมาณ 120 วันทำงาน หมดเวลามูเตลู รัฐบาลนายอนุทิน จะเข้าสู่โหมดทั้งเดินหน้าและนับถอยหลัง เดินหน้าพิสูจน์ฝีมือ การแก้ไขปัญหาคดีที่ดินเขากระโดง คดีฮั้ว สว. ปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง พืชผลเกษตรตกต่ำ การดึงนักท่องเที่ยวกลับมา ฟื้นฟูความเชื่อมั่นให้ภาคตลาดทุน และการสร้างความมั่นใจจากต่างชาติ ปัญหากระทบกระทั่งกับกัมพูชา จะต้องยุบสภาปลายเดือน ม.ค.2569 คืนอำนาจให้ประชาชนตามคำพูด
นายพร้อมพงศ์ กล่าวย้ำว่า ส่วนตัวคงไม่กล้าคาดหวังกับผลงาน 4 เดือนมากนัก ขอเพียงอย่าสร้างปัญหาใหม่เพิ่มเติม โดยเฉพาะปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน ต้องห้ามเกิดอย่างเด็ดขาดในยุครัฐบาลคนละครึ่ง คนนอกครึ่ง กลุ่มบ้านใหญ่การเมืองอีกครึ่ง ขอฝากไว้เป็นการบ้าน อะไรที่สัญญาไว้ ขอให้พูดแล้วทำ อย่าไปมุ่งเรื่องที่ไม่ใช่ผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน



