เวลา 17.50 น. วันที่ 19 พ.ค.ที่ สน.มักกะสัน พ.ต.อ.กัมพล รัตนประทีป รอง ผบก.น.1 เปิดเผยความคืบหน้าหลังประชุมคดีรถไฟชนรถเมล์ในช่วงเย็นว่า วันนี้คณะพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้องไปแล้ว 28 ปาก โดยเฉพาะผู้บาดเจ็บ 19 ปาก ยังเหลืออีก 6 คนที่อยู่ในอาการสาหัส

ส่วนผู้เสียชีวิตทั้ง 8 คน จากที่แจ้งไปเมื่อช่วงเช้าว่าได้มีการพิสูจน์ DNA แล้ว 7 คน พบว่ายืนยันอัตลักษณ์บุคคลได้แน่ชัดแล้ว 6 คน ส่วนอีก 1 คนอยู่ระหว่างเปรียบเทียบ DNA เพื่อยืนยันตัวบุคคล โดยทราบข้อมูลว่ามีบิดาอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ ขณะเดียวกันยังมีผู้เสียชีวิตอีก 1 รายที่ยังไม่สามารถติดตามญาติได้

ด้านการสอบปากคำครอบครัวผู้เสียชีวิต ล่าสุดสามารถพิสูจน์อัตลักษณ์ได้ 7 ราย ยืนยันตัวบุคคลได้ 6 ราย ส่วนอีก 1 รายอยู่ระหว่างรอผลตรวจ DNA จากจังหวัดเชียงใหม่ ส่งไปยังสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อเปรียบเทียบยืนยันตัวตน

ด้านการสอบสวนพนักงานการรถไฟ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบปากคำผู้ทำหน้าที่ดูแลตู้สินค้า ซึ่งไม่มีหน้าที่ควบคุมรถไฟโดยตรง โดยให้การว่าในวันเกิดเหตุอยู่บริเวณท้ายขบวน ไม่ได้เห็นพฤติกรรมการขับขี่โดยละเอียด จึงไม่สามารถระบุความเร็วได้ เพียงรับรู้เหตุการณ์และเข้าช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุไฟลุกไหม้

นอกจากนี้ ยังสอบปากคำผู้เชี่ยวชาญด้านการเดินรถไฟ ได้แก่ สารวัตรงานหัวรถจักรบางซื่อ และหัวหน้าแผนกบริหารทางเทคนิคด้านการลากเลื่อน ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาของคนขับรถไฟและช่างเครื่อง โดยระบุว่าคนขับรถไฟมีประสบการณ์ในเส้นทางนี้ 58 ครั้ง ตั้งแต่ปี 2566–2569 ถือว่ามีความชำนาญพอสมควร ขณะที่ช่างเครื่องเพิ่งเข้าทำงานได้ 14 วัน และขึ้นปฏิบัติหน้าที่บนขบวนเป็นครั้งที่ 2

ขณะเดียวกัน ได้สอบปากคำหัวหน้าแผนกทางเทคนิคด้านการลากเลื่อน ซึ่งให้ข้อมูลสอดคล้องกับสารวัตรงานหัวรถจักรบางซื่อ รวมถึงเจ้าหน้าที่กองเดินรถฝ่ายปฏิบัติการ โดยตำรวจระบุว่าได้ข้อมูลสำคัญ แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้

อีกหนึ่งปากสำคัญคือเจ้าหน้าที่อาณัติสัญญาณ ยืนยันว่าระบบไฟ สัญญาณเสียง ไม้กั้น และอุปกรณ์ต่าง ๆ สามารถใช้งานได้ตามปกติ ไม่ขัดข้อง

นอกจากนี้ ฝ่ายสืบสวนยังได้ข้อมูลสำคัญจากกล้องวงจรปิด 3 จุด ยืนยันว่าคนขับรถไฟและช่างเครื่องอยู่ภายในห้องควบคุมก่อนเกิดเหตุจริง โดยพบภาพจากบริเวณซุ้มพระราม 9 ตัดถนนเพชรอุทัย ต่อเนื่องซุ้มอโศก–ดินแดง จนถึงก่อนถึงจุดเกิดเหตุ ทั้งคู่ยังอยู่ในห้องควบคุมตลอด

โดยในวันพรุ่งนี้ พนักงานสอบสวนจะจำลองเหตุการณ์ เพื่อทดสอบว่าคำให้การของคนขับรถไฟและช่างเครื่องสอดคล้องกับข้อเท็จจริงมากน้อยเพียงใด โดยจะมีการนำขบวนรถไฟวิ่งตามเส้นทางจริง เพื่อตรวจสอบสัญญาณและการโบกธงในจุดเกิดเหตุ

ส่วนมาตรการด้านการจราจร วันนี้กองบังคับการตำรวจนครบาล 1 จัดกำลังอำนวยความสะดวกทุกจุดตัดทางรถไฟ พร้อมจับกุมผู้ฝ่าฝืนได้ 32 ราย ปรับแล้ว 5 ราย รายละ 500 บาท ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างออกใบสั่ง ขณะที่กระทรวงคมนาคมจะตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดเพิ่มเติม เพื่อดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง โดยเบื้องต้นได้ประสานข้อมูลร่วมกับฝ่ายสืบสวนแล้ว

สำหรับรถโดยสารประจำทาง มีการสอบปากคำผู้บาดเจ็บบางส่วนแล้ว ส่วนคนขับรถเมล์ถูกสอบปากคำและแจ้งข้อกล่าวหาแล้ว แต่ตำรวจยังไม่เปิดเผยรายละเอียด เนื่องจากเกรงกระทบต่อรูปคดี หากอาการดีขึ้นจะนำตัวส่งศาลตามขั้นตอนกฎหมาย

ส่วนประเด็นสารเสพติดในร่างกายของคนขับรถไฟ ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างขยายผลตรวจสอบแหล่งที่มา ขณะที่ผลตรวจของช่างเครื่องไม่พบสารเสพติดจากการตรวจเมื่อวานนี้

เมื่อถูกถามว่าจะขยายผลไปถึงผู้บังคับบัญชาในการกำกับดูแลหรือไม่ ตำรวจยืนยันว่าจะดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีการช่วยเหลือใด ๆ แต่ต้องรอให้กระบวนการสอบสวนแล้วเสร็จก่อน ส่วนกรอบระยะเวลาปิดสำนวนคดีว่าจะทันภายในสัปดาห์นี้หรือไม่ พ.ต.อ.กัมพล ระบุว่า จะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด แต่ต้องรอบคอบและเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย