สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 19 พ.ค. ว่ากระทรวงการต่างประเทศสหรัฐออกแถลงการณ์ ขอความร่วมมือให้ประชาชน “ห้ามเดินทาง” ไปยังสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ( ดีอาร์คองโก ) ซูดานใต้ หรือยูกันดา ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม และขอให้ “ทบทวนการเดินทาง” ไปยังรวันดา สืบเนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคอีโบลา จากเชื้อไวรัสสายพันธุ์บุนดีบูเกียว ( Bundibugyo ) ซึ่งยังไม่มีวัคซีนและยาที่สามารถควบคุมได้
ด้านศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐ ( ซีดีซี ) ยืนยันการพบชาวอเมริกันติดเชื้อสายพันธุ์บุนดีบูเกียวอย่างน้อย 1 คน เป็นหนึ่งในสมาชิกคณะมิชชันนารี ซึ่งปฏิบัติภารกิจอยู่ในดีอาร์ซี ตอนนี้กำลังมีการประสานงานกันอย่างใกล้ชิดกับหลายประเทศ เพื่อนำตัวผู้ป่วยไปรักษาที่เยอรมนีก่อน
The Department of State strongly urges Americans not to travel to the Democratic Republic of the Congo (DRC), South Sudan, or Uganda for any reason and to reconsider travel to Rwanda due to the Ebola Bundibugyo Virus disease outbreak in the region. The Department’s Travel… pic.twitter.com/rC4vRJxVp7
— TravelGov (@TravelGov) May 19, 2026
นอกจากนี้ ซีดีซีประกาศมาตรการระงับเข้าสหรัฐ ของผู้ที่มีประวัติเดินทางเยือนดีอาร์คองโก ยูกันดา และซูดานใต้ ในรอบ 21 วันล่าสุด เป็นเวลาอย่างน้อย 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ 18 พ.ค. โดยจะยกเว้นเฉพาะพลเมืองสหรัฐและผู้มีถิ่นพำนักถาวรในสหรัฐเท่านั้น
ทั้งนี้ การแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วของโรคโบลาจากเชื้อไวรัสสายพันธุ์บุนดีบูเกียว ทำให้จำนวนผู้เสียชีวิตสะสมเพิ่มเป็นอย่างน้อย 131 รายแล้ว ส่วนจำนวนผู้ป่วยสะสมพุ่งเป็นมากกว่า 500 คน แทบทั้งหมดอยู่ในดีอาร์คองโก ขณะที่องค์การอนามัยโลก ( ดับเบิลยูเอชโอ ) เร่งส่งเวชภัณฑ์ที่รวมถึงชุดตรวจคัดกรอง เพื่อยกระดับประสิทธิภาพในการตรวจโรค.
เครดิตภาพ : REUTERS



