เดือนกันยายนมีวันสำคัญอย่างวันเยาวชนแห่งชาติ (20 ก.ย.) เครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง มูลนิธิเด็ก เยาวชน และครอบครัว สนับสนุนโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกันจัดกิจกรรมรณรงค์เนื่องในวันเยาวชนแห่งชาติประจำปี 2568 Active Youth “Pain to Power” เปลี่ยนความเจ็บปวดเป็นพลัง ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เพื่อเสริมสร้างพลังใจเพื่อให้รู้ว่าความเจ็บปวดไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นโอกาสในการเติบโต และเป็นการสร้างพื้นที่ปลอดภัย พื้นที่สร้างสรรค์ ลดผล กระทบจากปัจจัยเสี่ยงที่นำไปสู่การใช้สารเสพติด เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ความรุนแรง และพฤติกรรมเสี่ยงอื่นๆ มีบุคคลมีชื่อเสียงอย่าง รัณนภันต์ ยั่งยืนพูนชัย หรือ “แพท วง Klear” ได้มาถ่ายทอดเรื่องราวของเธอให้กับกลุ่มเยาวชนฟังว่า กว่าจะเป็น วง Klear ในวันนี้เธอต้องผ่านกระแสสังคมเรื่องของการมองข้ามความสามารถมากกว่าหน้าตา จากจุดเริ่มเล่นดนตรีในมหาวิทยาลัย จนวันนี้ในวัย 48 เธอประสบความสำเร็จในฐานะนักร้องที่มีชื่อเสียง

ย้อนไปเมื่อตอนอายุ 18 ยังเป็นนักศึกษาคณะสถาปัตย์ที่เล่นดนตรีไปด้วยและเรียนไปด้วย เมื่อเรียนจบแล้วต้องเลือกระหว่างเล่นดนตรีกับทำงานในสายที่เรียนมา แต่เมื่อนำเพลงไปเสนอค่ายเพลงหลายๆ ค่าย กลับได้รับคำตอบว่า ศิลปินวงร็อกที่มีนักร้องนำหน้าตาอย่างเธอขายไม่ได้ ทำให้เสียกำลังใจเพราะตัวเองและเพื่อนๆ ในวงอยากเป็นศิลปิน หลังจากนั้นต่างคนก็แยกย้ายกันแต่ยังกลับมาเล่นดนตรี ซ้อมดนตรีเพื่อความสนุก จนมาเจอ “ต้า” พาราด็อก จึงได้เซ็นสัญญากับค่ายเพลง จินนี่ เรคคอร์ด
ก่อนหน้านั้นเธอไม่ได้ยื่นเดโมไปที่ค่ายนี้เพียงเพราะมองว่าค่ายนี้ใหญ่ไป คิดว่าเขาคงไม่สนใจเพราะหลายค่ายเพลง และเป็นค่ายเพลงเล็กๆ กว่าจินนี่ เรคคอร์ดปฏิเสธ วง Klear
“ที่อื่นเขาไม่เอางานเพลงเราเลยเราจะไปทำไมให้เจ็บตอนนั้นคิดอย่างงั้น แต่วันนี้ได้ข้อคิดถ้าเราทำในสิ่งที่บริสุทธิ์ใจแล้วรักมันมากๆขอให้ทำไปเถอะ พัฒนาไปเรื่อยวันหนึ่งจะเจอคนที่เห็นค่าของเราเอง” แพทส่งกำลังใจ
สำหรับเรื่องราวของความรัก เธอบอกว่าพังมาแล้วหลายครั้ง ก่อนอายุ 30 มีแฟนที่ไม่โอเคเลยสักครั้ง เรียกว่าพังแบบท็อกซิกทุกคน มีแฟนที่คบตั้งแต่มหาวิทยาลัยเป็นคนที่ดีมาก ตอนที่คุณพ่อเสีย ซึ่งตอนนั้นแพทอายุ 21 ปีอยู่ปี 3 บอกเลิกกับแฟนคนนี้ ตอนนั้นไม่รู้เป็นอะไรใจไม่อยากมีแฟนเป็นคนนี้แล้ว แล้วบอกเลิกไป
จนเจอแฟนอีกคน คบกันมาประมาณ 2 ปีกว่าและคิดว่าจะจริงจังกับคนคนนี้ เจอกันทุกวัน แต่มารู้ทีหลังว่าเขาแต่งงานแล้ว
“ตอนที่รู้เขาขอเราแต่งงานด้วย ตอนนั้นเพิ่งเรียนจบ และตอนนี้เป็นช่วงทำอัลบั้มแรก หนักทั้งความรัก ทั้งเรื่องสูญเสียคุณพ่อ แล้ววงตอนนั้นไม่ไปถึงไหน ไม่มีใครรู้จักและไม่มีความสุขกับการเล่นดนตรีเพราะทุกคนดูไม่แฮปปี้กับเรา”

ต่อมามีแฟนคนใหม่ ที่บอกว่าไม่ชอบให้เราทำงาน วง Klear แต่ได้รู้จักเขา เพราะวง Klear และตอนนั้นเป็นช่วงที่ วง Klear ค่อนข้างมีคนรู้จัก มีเพลง “รักไม่ต้องการเวลา” โด่งดังขึ้นมา งานเพลงเริ่มดีขึ้น เธอเริ่มแต่งเพลงได้ดี โดยนำเนื้อหามาจากคนรอบข้างและประสบการณ์ส่วนตัวมาแต่งเพลงจนเพลงดัง แต่ยอมรับว่ามีแฟนคนนี้แพทไม่เคยมีความสุข
ทุกครั้งที่ออกไปเล่นดนตรีตอนกลางคืน จะได้รับคำพูดจากแฟนว่า “ผู้หญิงเขาไม่ทำงานแบบนี้กัน”บางทีค่ายเพลงชวนไปฟีเจอริ่งกับวงอื่น ก็มีคำพูดออกมาว่า “บ้าผู้ชาย” และเคยอยู่ครั้งหนึ่งเกือบจะได้เป็นพรีเซนเตอร์จะมีคนชวนให้ไปคู่กับ “พี่ตูน บอดี้สแลม” ด้วย แต่ก็ต้องปฏิเสธไป เพราะแฟนตะโกนใส่หน้าแพทว่า “อยากดังมากใช่ไหม” “อยากดังจนตัวสั่นเลยหรือ” แล้วเขาก็พูดว่าที่พูดว่า “ที่ผมพูดเพื่อจะให้คุณเป็นคนที่ดีขึ้น รักนะ ห่วงนะ”
เรามักจะได้ยินเขาพูดแบบนี้หลังจากเขาพูดไม่ดีกับเรา ยอมรับว่าช่วงนั้นเราเกาะเขาไว้ เพราะเรายังมีความเสียใจเรื่องพ่อ ถึงขั้นเมื่อทะเลาะกันเราเป็นคนไปง้อเขาทุกครั้ง ในช่วงที่คบกันไม่เคยคิดว่าจะเลิกกับเขา มีอยู่ครั้งหนึ่งเล่นดนตรีเสร็จต้องไปง้อเขาที่บ้าน ขับรถไปจอดรถหน้าบ้าน ไลน์คุยกันจำได้ว่าเวลาที่คุยกันประมาณตี 2 กว่า แต่เขาไม่เปิดบ้าน เรื่องของเรื่องส่งไลน์ไปอ่านแล้ว แต่ไม่ตอบ ตอนแรกตั้งใจจะง้อให้ได้ แต่นั่งไปสักพักยุงกัดรู้สึกว่าทรมาน ทำให้เกิดภาพในหัวผุดขึ้นมาว่าพ่อกับแม่ไม่ได้เลี้ยงให้เรามาเจอสภาพแบบนี้
สุดท้ายขับรถกลับบ้าน เขาก็ไม่ยอมลงมา ต่อมาแฟนพยายามพูดซ้ำๆ ให้แพทไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ เพื่อหวังว่าจะให้เราเลิกจากวง แต่เราก็ยังไม่ยอมเลิกขาดจากวง Klear ยังทำเพลงส่งกันไปมา แล้วเขาก็ว่าเราทุกวัน จนมีเหตุต้องทำให้บอกเลิกเขาตอนที่เราอยู่เมืองนอก คบกันมาได้ 4 ปี

“จังหวะหนึ่งที่ทำให้เราคิดได้ ตอนนั้นทะเลาะกับเขาไม่รู้จะทำอย่างไรจึงออกไปวิ่ง วิ่งไปร้องไห้ไป อากาศข้างนอกหนาวมาก วิ่งไปลูกเห็บตกร่างกายหนาว เหนื่อยก็เหนื่อย ในใจก็เจ็บไปหมด กลับมาถึงห้องจำได้ว่าอาบน้ำอุ่น ให้น้ำตกลงหัว แล้วนั่งอยู่กับพื้นเหมือนในเอ็มวีเลย แล้วคืนนั้นก็หลับไปเลย ตื่นมารู้สึกเหมือนโล่ง หลับสบายไม่ต้องร้องไห้หลับไปอีกแล้ว คือทุกคืนร้องไห้แล้วหลับไป ได้ความรู้สึกว่าร้องไห้ไม่ต้องหลับไปมันดีอย่างงี้นี่เอง”

ด้าน นางสาวบี (นามสมมุติ) นักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง เล่าว่า เกิดมาในครอบครัวที่ค่อนข้างมีความพร้อม แทบไม่เคยลำบาก แต่จุดเปลี่ยนคือคุณพ่อซึ่งเป็นทนายความที่ดื่มหนักและติดบุหรี่ และเป็นเสาหลักของบ้านเสียชีวิต เหลือกันอยู่ 3 คนคือ แม่ พี่สาวและตนเอง ตนต้องดรอปเรียน ออกมาทำงานพาร์ทไทม์ แต่ด้วยวัย 16 ปีและหลายอย่างประดังประเดเข้ามาทำให้เกิดความเครียดจนต้องไปพบจิตแพทย์ พบว่าเข้าข่ายโรคซึมเศร้า ต้องรับประทานยา 6-8 เดือน ก็ทำให้ชีวิตเริ่มเป็นปกติหมอให้หยุดยา กระทั่งแม่ และพี่สาวป่วยหนัก ทำให้ตนมีความเครียดกลับมาอีก
ประกอบกับก่อนหน้านี้ ตนเคยมีแฟนที่เป็นคนชอบดื่มและติดบุหรี่ไฟฟ้า มาอยู่ด้วยกันแล้ว มีภาวะท็อกซิกเพราะถูกดุ ด้อยค่า และบูลลี่ เคยเจอคำพูดของแฟนอาการตนเริ่มหนักขึ้นต้องรักษาที่โรงพยาบาลเพราะป่วยซึมเศร้า สีแดงเข้มมีโอกาสทำร้ายตัวเองสูง ตอนนั้นมันตื้อ ไม่รู้ว่าจะรับมืออย่างไร หลายครั้งที่โดนข่มขู่ ตนนั่งมองหน้าหลาน ก็คิดได้ว่าถ้าตนยังเป็นแบบนี้ยังจมอยู่กับเรื่องราวในอดีต ในทุกๆ เรื่อง หรือกับคนที่ท็อกซิกแค่คนเดียว ชีวิตเราก็ไปต่อไม่ได้

“ถ้าถามว่าอะไรคือแรงผลักดันให้เรายังสู้ต่อ คือคนในครอบครัว ตอนนี้ก็เลิกกับคนที่ท็อกซิกไปแล้ว เพิ่งเรียนจบจากมหาวิทยาลัยรอสอบบรรจุราชการครู ระหว่างนี้ก็ทำงานเป็นผู้จัดการร้านกาแฟ ดังนั้นขอฝากทุกคนว่า ไม่อยากให้ไปฟังคำพูดคนอื่น ไม่ว่าจะเป็นคำด่าคำดูถูกหรือแม้แต่ถ้อยคำที่ไม่เข้าใจเราให้ทิ้งไปเลย แล้วให้เชื่อมั่นในตัวเองว่าเราทำได้ เราจะผ่านทุกอย่างไปได้บนโลกนี้ คนที่จะพาเราผ่านปัญหาต่างๆ ไปได้ คือตัวเราเองเท่านั้น ถ้าคนอื่นให้กำลังใจเราแต่ใจเราไม่สู้มันก็มีค่าเท่าเดิม แต่เมื่อไหร่ต่อให้มีคนพูดให้เราดูแย่ ทำลายความฝัน ทำลายกำลังใจเรา แต่ใจเราเลือกที่จะสู้ เราสามารถเอาคำพวกนั้นมาเป็นพลัง เป็นแรงผลักดันให้เราประสบความสำเร็จได้ “

ด้าน รศ.ดร.วิทยา กุลสมบูรณ์ กรรมการบริหารแผนคณะที่ 1 สสส. กล่าวเปิดงานว่า กิจกรรมรณรงค์ฯ ใเพื่อสะท้อนจุดยืนและการดำเนินงานของ สสส. ทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำงานทั้งงานด้านวิชาการ การรณรงค์ และการทำงานเชิงพื้นที่ เพื่อสร้างเสริมสุขภาวะในเด็กและเยาวชน ไม่ให้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ทั้งบุหรี่ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สิ่งเสพติด การพนัน เพราะเยาวชนเป็นพลังที่จะเป็นผู้พัฒนาบ้านเมืองในอนาคต มีเยาวชนบางคนที่ประสบปัญหายากลำบากในการดำเนินชีวิต ท่ามกลางปัญหาสังคมที่มากมายและโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แต่อยากให้ชวนคิดว่า เขาขับเคลื่อนปรับวิกฤติเป็นโอกาสได้ สสส. จะเป็นพลังบ่มเพาะเยาวชนเพื่อให้เติบโตเป็นประชากรที่มีคุณภาพต่อไป



