น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เปิดเผยถึงปัญหาการร้องเรียนในภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และสิ่งปลูกสร้างสำเร็จรูป โดยล่าสุดได้รับรายงานความเสียหายจากการสั่งซื้อ “บ้านน็อกดาวน์” จากผู้ประกอบการรายหนึ่งในจังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งมีพฤติการณ์ส่งมอบสินค้าไม่ตรงปกและผิดสัญญา ส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคในวงกว้างกว่า 50 ราย คิดเป็นมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจรวมแล้วกว่า 30 ล้านบาท

พฤติการณ์ของเคสนี้พบว่า ผู้เสียหายได้หลงเชื่อการโฆษณาผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ที่สร้างความน่าเชื่อถือด้วยภาพบ้านทรงไทยประยุกต์ และได้ตกลงทำสัญญาซื้อขายในราคาหลังละ 1.7 แสนบาท ทยอยโอนเงินงวดรวมกว่า 2.4 แสนบาท แต่เมื่อใกล้ครบกำหนดส่งมอบงานกลับไม่มีความคืบหน้า มีเพียงโครงสร้างบางส่วนและไม่สามารถติดต่อผู้ขายได้ ซึ่งทาง สคบ. ได้ส่งทีมกฎหมายนำโดย นายเลิศศักดิ์ รักธรรม ผู้อำนวยการกองคุ้มครองผู้บริโภคด้านสัญญา เข้าตรวจสอบและเร่งดำเนินคดีเพื่อเยียวยาความเสียหายแก่ผู้บริโภคอย่างเร่งด่วนแล้ว

ในเชิงโครงสร้างข้อกฎหมายและการคุ้มครองผู้บริโภค มีการจำแนกประเภทสัญญาออกเป็น 2 รูปแบบ คือ กรณีที่เป็นการจ้างผู้รับเหมาสร้างบ้านใหม่บนที่ดินของผู้บริโภค จะอยู่ภายใต้บังคับของประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการรับจ้างก่อสร้างอาคารเพื่อการอยู่อาศัยเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2559 ซึ่งผู้ประกอบการต้องจัดทำสัญญาตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัด ขณะที่กรณีของ “บ้านน็อกดาวน์” ที่เป็นการซื้อบ้านสำเร็จรูปเพื่อเคลื่อนย้ายไปติดตั้ง จะถูกจัดอยู่ในประเภทสัญญาซื้อขายทั่วไป อย่างไรก็ตาม สคบ. จะใช้อำนาจตามมาตรา 39 แห่ง พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ในการฟ้องร้องดำเนินคดีแพ่งแทนผู้บริโภคโดยที่ผู้เสียหายไม่มีค่าใช้จ่าย

ทั้งนี้ สคบ. ได้เปิดเผยสถิติการร้องเรียนในกลุ่มผลิตภัณฑ์บ้านน็อกดาวน์และบ้านสำเร็จรูป ตั้งแต่ปี 2565 จนถึงปัจจุบัน พบว่ามีเม็ดเงินและข้อพิพาทเข้าสู่ระบบจำนวน 99 เรื่อง โดยสามารถดำเนินการแก้ไขและยุติเรื่องแล้ว 68 เรื่อง และยังอยู่ระหว่างกระบวนการทางกฎหมายอีก 31 เรื่อง ซึ่งรัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เน้นย้ำนโยบายการจัดระเบียบและปราบปรามผู้ประกอบการที่ฉ้อโกงเพื่อสร้างเสถียรภาพและความเชื่อมั่นในตลาดผู้บริโภค

สำหรับแนวโน้มการเติบโตของตลาดบ้านสำเร็จรูปในปัจจุบัน สคบ. มีข้อแนะนำเชิงพาณิชย์ให้ผู้ประกอบการต้องยกระดับมาตรฐานการทำธุรกิจ โดยระบุรายละเอียดในสัญญาให้โปร่งใสและชัดเจน ทั้งโครงสร้าง รูปแบบ วัสดุที่ใช้ การรับประกัน งวดเงินงวด และกำหนดส่งมอบ ขณะเดียวกันฝั่งผู้บริโภคจำเป็นต้องเพิ่มความระมัดระวังในการตรวจสอบฐานะทางการเงินและความน่าเชื่อถือของคู่สัญญาก่อนการโอนเงินลงทุน หากพบปัญหาการผิดสัญญาในลักษณะดังกล่าว สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน สคบ. 1166 หรือช่องทางออนไลน์และศูนย์ดำรงธรรมทั่วประเทศ