นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยรายงานภาวะสังคมไทยไตรมาสที่ 1 ปี 69 ผลการศึกษามีแรงงานเข้าข่ายถูกกระทบจากเอไอมากถึง 8.7 ล้านคน หรือ 22% ของกำลังแรงงานทั้งหมด 40 ล้านคน แบ่งกลุ่มผลกระทบออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ

กลุ่มแรกคือกลุ่มที่เสี่ยงถูกแทนที่ มีจำนวน 2.2 ล้านคน คิดเป็น 5.4% ของแรงงาน ส่วนใหญ่เป็นแรงงานทักษะปานกลางในสายงานสนับสนุน เช่น งานเสมียน เลขานุการ พนักงานบัญชี และการเงิน รวมถึงงานประชาสัมพันธ์รูปแบบซ้ำเดิม กลุ่มนี้มักเป็นผู้จบปริญญาตรี อายุเฉลี่ย 36 ปี และ 53% อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล

ส่วนกลุ่มที่ 2 กลุ่มที่เอไอจะเข้ามาช่วยเสริมการทำงาน มีจำนวน 6.5 ล้านคน คิดเป็น 16.3% ของแรงงาน เช่น พนักงานขาย ผู้จัดการ และพนักงานขนส่ง ซึ่งเอไอจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการและปรับเส้นทางขนส่งให้ดีขึ้น

“ความท้าทายคือเราจะยกระดับทักษะแรงงานให้ทันเทคโนโลยีได้อย่างไร เพื่อให้คนของเรากลายเป็นผู้บริหารจัดการเอไอ แทนที่จะถูกเอไอแย่งงาน โดยเฉพาะเด็กจบใหม่ที่อาจมีข้อจำกัดในการหางานมากขึ้นหากองค์กรเลือกใช้เอไอ หรือต้องการคนที่มีประสบการณ์สูงเท่านั้น”

ด้านสถานการณ์แรงงานในไตรมาสที่ 1 ปี 69 มีผู้มีงานทำรวมทั้งสิ้น 41.2 ล้านคน เพิ่มขึ้น 4.6% โดยเป็นการขยายตัวในภาคเกษตรกรรม 11.3 ล้านคน และนอกภาคเกษตร 29.9 ล้านคน ซึ่งกลุ่มค้าปลีกค้าส่งมีการจ้างงานเพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 7.3% อย่างไรก็ตาม อัตราการว่างงานกลับขยับสูงขึ้นมาอยู่ที่ 0.94% คิดเป็น 3.9 แสนคน จากเดิม 0.7% ในไตรมาสก่อนหน้า

ขณะที่ประเด็นที่น่ากังวลคือ ผู้ว่างงานระยะยาว ว่างงานเกิน 1 ปีขึ้นไป ที่เพิ่มขึ้นถึง 27% หรือ 8.7 หมื่นคน นอกจากนี้ค่าจ้างแรงงานในภาพรวมลดลง 0.6% มาอยู่ที่เฉลี่ย 16,145 บาทต่อคนต่อเดือน โดยเฉพาะกลุ่มอาชีพอิสระที่มีรายได้ลดลงถึง 2.5% สะท้อนให้เห็นว่าแม้จะมีการจ้างงานมากขึ้น แต่ความมั่นคงทางรายได้กลับลดน้อยลง ท่ามกลางภาวะค่าครองชีพที่กดดันจากสถานการณ์ความขัดแย้งในต่างประเทศ

นายดนุชา กล่าวว่า สถานการณ์หนี้สินครัวเรือน ข้อมูลล่าสุดไตรมาส 4 ปี 68 พบว่า หนี้ครัวเรือนพุ่งแตะ 16.44 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 86.7% ของจีดีพี แม้จะเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย แต่คุณภาพสินเชื่อกลับน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะข้อมูลจากบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด ที่ระบุว่าหนี้เสียเอ็นพีแอลอยู่สูงถึง 9.59% เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า

“พฤติกรรมการบริโภคของคนรุ่นใหม่ อายุต่ำกว่า 25 ปี ที่เป็นหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลเพิ่มสูงขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากอิทธิพลของอินฟลูเอนเซอร์ โดยผลสำรวจพบว่า 58% ของผู้บริโภคตัดสินใจซื้อสินค้าตามการรีวิว ซึ่งการแก้ปัญหาหนี้ไม่ได้ใช้แค่ความรู้ทางการเงินอย่างเดียว แต่อยู่ที่ความยับยั้งชั่งใจด้วย เมื่อความต้องการก้าวข้ามข้อจำกัดทางการเงินเมื่อไหร่ ก็เป็นหนี้เมื่อนั้น 

ขณะที่อินฟลูฯ ที่เป็นด้านการเงิน ที่ให้คำแนะนำด้านการลงทุน จำเป็นต้องขึ้นทะเบียนกับสำนักงาน ก.ล.ต. และต้องมีการทดสอบความรู้เพื่อรับใบอนุญาต เพื่อให้มีความถูกต้อง โปร่งใสมากขึ้น

พร้อมให้จับตาการเข้ามาของธนาคารไร้สาขา หรือเวอร์ชวลแบงก์ในอนาคตที่อาจทำให้การเข้าถึงสินเชื่อง่ายขึ้นจนอาจก่อหนี้เกินตัวหากไม่มีการกำกับดูแลที่เข้มงวดพอ”

นอกจากนี้ สศช.ยังสนับสนุนนโยบาย โซลาร์เซลล์ภาคครัวเรือน โดยรัฐบาลตั้งเป้าติดตั้งให้ได้ 9 หมื่นครัวเรือนภายในปี 71 อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อจำกัดสำหรับครัวเรือนที่ใช้ไฟน้อย ไม่เกิน 200 หน่วย ซึ่งมีถึง 15 ล้านครัวเรือน ที่อาจไม่คุ้มทุนหรือมีปัญหาเรื่องกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัย