เมื่อวันที่ 28 ก.ย.2568 ทีมสัตวแพทย์เขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงฉวาก และศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่าบึงฉวาก ร่วมกับกลุ่มงานจัดการสุขภาพสัตว์ป่า ได้รายงานผลการติดตามอาการของ “ข้าวต้ม” ลูกช้างป่าพลัดหลง พบว่ามีพัฒนาการด้านสุขภาพดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

“ข้าวต้ม” ลูกช้างป่า เริ่มกินนม กินน้ำได้ แต่ค่าตับ-ไตยังสูง กายภาพบำบัดขาหน้าดีขึ้น

จากการติดตามอาการตลอดทั้งวัน (06.00–19.19 น.) วันที่ 27 ก.ย.ที่ผ่านมา พบว่า การกินและการขับถ่าย “ข้าวต้ม” สามารถกินนมและดื่มน้ำได้ตามปกติ การขับถ่ายอยู่ในเกณฑ์ดี โดยมีอุจจาระลักษณะเนื้อครีมเหลวเล็กน้อย สีเขียวอ่อน และปัสสาวะใส ขณะที่พัฒนาการด้านการเคลื่อนไหวมีแรงพยายามถีบตัวลุกขึ้นยืนบ่อยครั้ง โดยทีมสัตวแพทย์ได้ทำการทำกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่อง ทั้งการใช้เครื่องอัลตราซาวด์และการยืดเหยียดข้อต่อ ซึ่งส่งผลให้ ขาหน้าเริ่มคลายตัว และสามารถ จิกเท้าเพื่อก้าวเดินได้มากขึ้น

ทั้งนี้ทีมสัตวแพทย์ยังคงให้การรักษาและดูแลอย่างใกล้ชิด มีการให้ สารน้ำทางหลอดเลือดดำ และตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือด ซึ่งผลการตรวจยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ มีการเจาะเก็บเลือด เพื่อส่งตรวจวิเคราะห์ที่คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน

บริเวณสะดือและเล็บของลูกช้างยังคงมีหนอง ซึ่งทีมสัตวแพทย์นำโดย สพ.ญ.ณฐนน ปานเพ็ชร นายสัตวแพทย์ชำนาญการ หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงฉวาก และ น.สพ. นภัส เสวกวรรณ นายสัตวแพทย์ กลุ่มงานจัดการสุขภาพสัตว์ป่า ต้องทำความสะอาดแผลเป็นประจำทุกวัน เนื่องจากลูกสัตว์ที่อ่อนแอมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนด้านสุขภาพได้ตลอดเวลา สัตวแพทย์ผู้รับผิดชอบได้ย้ำถึงความจำเป็นในการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดต่อไป