พลอากาศโท ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ กรรมการ กสทช. ด้านกิจการกระจายเสียง เปิดเผยว่า ที่ประชุม กสทช. ได้มีมติอนุญาตให้ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ใช้คลื่นความถี่เพื่อการทดลองหรือทดสอบเป็นการชั่วคราว สำหรับวิทยุกระจายเสียงในระบบดิจิทัล DAB+ โดยอนุญาตให้ใช้บล็อกความถี่วิทยุ 6ดี (ความถี่กลาง 187.072 เมกะเฮิรตซ์) ในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล เป็นระยะเวลา 6 เดือน สำหรับเงื่อนไขการอนุญาตนั้น อสมท จะต้องสร้างโครงข่ายวิทยุระบบดิจิทัล DAB+ ด้วยการติดตั้งอุปกรณ์เครื่องส่งที่มีมาตรฐานตามประกาศ กสทช. เรื่อง มาตรฐานทางเทคนิคเครื่องส่งวิทยุกระจายเสียงระบบดิจิทัล รวมทั้งใช้คลื่นความถี่ตามที่ได้รับอนุญาต โดยมีการติดตั้งสายอากาศเพื่อให้รัศมีการเผยแพร่กระจายเสียงครอบคลุมตามพื้นที่ที่กำหนด

ซึ่งสามารถรองรับการเผยแพร่กระจายเสียงได้ถึง 16-18 ช่องรายการ หรือ สถานีวิทยุ ขึ้นกับคุณภาพของเสียงหรือบิทเรท ที่กำหนด โดยช่องรายการที่สามารถเข้าร่วมการทดลองทดสอบต้องเป็นสถานีวิทยุ เอฟเอ็ม ที่ได้รับการอนุญาตจาก กสทช.จึงจะสามารถออกอากาศแบบคู่ขนานกับระบบดิจิทัลนี้ได้ โดยต้องไม่มีการดัดแปลงเนื้อหาใดๆ และห้ามมิให้มีการแสวงหารายได้เพิ่มเติมจากการทดลองทดสอบนี้ ซึ่ง อสมท เป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการติดตั้งอุปกรณ์การทดลองทดสอบเองทั้งหมด

พลอากาศโท ธนพันธุ์ กล่าวต่อว่า  การทดลองทดสอบวิทยุกระจายเสียงในระบบดิจิทัล DAB+ ของ อสมท ในครั้งนี้ เริ่มต้นในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล ซึ่งเป็นพื้นที่ที่คลื่นความถี่วิทยุในระบบ เอฟเอ็ม มีไม่เพียงพอ ทำให้มีผู้ประกอบการทดลองออกอากาศในระบบ เอฟเอ็มที่อาจผิดหวังจากที่ไม่ได้รับอนุญาตจาก กสทช.ในปีนี้ รวมทั้งถือเป็นจุดเริ่มต้นการทดลองก่อนที่จะขยายไปสู่วิทยุกระจายเสียงในระดับชาติ เพื่อให้สามารถกระจายเสียงเนื้อหารายการจากช่องรายการ (สถานีวิทยุ) ใดรายการหนึ่งให้สามารถรับฟังได้อย่างต่อเนื่องทั่วประเทศโดยไม่ต้องเปลี่ยนหรือจูนคลื่นใหม่ และที่สำคัญจะต้องมีการทดลองทดสอบฟังก์ชั่นการแจ้งเตือนกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินหรือภัยพิบัติไปยังกลุ่มพื้นที่ที่กำหนดได้ทันทีทั้งเสียงและข้อความ เช่นเดียวกับหลักการของ เซลล์บรอดคาสต์ ซึ่งในต่างประเทศได้ใช้วิทยุกระจายเสียงดิจิทัล เป็นโครงข่ายการแจ้งเตือนภัยสำรอง กรณีโทรศัพท์มือถือหรืออินเทอร์เน็ตล่ม ทำให้ประชาชนไม่สามารถรับข้อมูลได้ แต่โครงข่ายวิทยุนี้ประชาชนยังคงสามารถรับฟังได้แม้ในพื้นที่นั้นไม่มีไฟฟ้าก็ตาม