เมื่อวันที่ 29 ก.ย. ที่รัฐสภา ในการแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภา นายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย ชี้แจงถึงกรณีที่ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ พาดพิงในเรื่องที่ดินเขากระโดง ตอนหนึ่งว่า  กรณีของที่ดินเขากระโดง มี 3 คดีที่ตัดสินไปแล้ว และตามคำพิพากษาของศาลฎีกาไม่มีการตัดสินให้เป็นที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)  เพราะเป็นกรณีของการออกเอกสารสิทธิ แต่การรถไฟคัดค้านการออกเอกสารสิทธิเท่านั้น ทั้งนี้ทุกคดีที่เกี่ยวกับที่ดินเขากระโดงที่ออกโฉนดไม่ได้ กรมที่ดินได้ดำเนินการยกเลิกคำขอการออกโฉนดตามคำพิพากษาทั้งหมดแล้ว  รวมถึงการเพิกถอนที่ดินกรณีที่มีข้อพิพาทกับประชาชนที่มีโฉนด

“เรื่องเขากระโดงทุกคดี กรมที่ดินดำเนินการตามคำพิพากษาของศาล แต่ไม่ได้หมายความว่า ศาลตัดสินให้ที่ดินทั้งหมดเป็นของการรถไฟ ส่วนการดำเนินการตามมาตรา 61  เรื่องการเพิกถอนนั้น วรรค 8  กรณีเพิกถอนที่เป็นที่ดินที่มีโฉนด กรรมสิทธิ์นั้นเพิกถอนได้ ตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 3  แต่คำพิพากษาอื่นๆ นั้น ศาลสั่งตั้งกรรมการสอบสวน ดังนั้นต้องตั้งตามกฎหมายไม่สามารถตั้งคนอื่นได้ และให้การรถไฟชี้แนวเขต แต่ทราบว่าชี้แนวเขตไม่ได้ชัดเจน ทำให้การรถไฟแสดงการได้มาซึ่งที่ดินของการรถไฟตามกฎหมายเฉพาะที่ระบุไว้ ไม่เกี่ยวกับการครอบครองเพราะเป็นเรื่องของประชาชน ทำให้มติของกรรมการตามมาตรา 61 เพิกถอนไม่ได้ ทำให้การรถไฟต้องไปฟ้องเพิกถอนคำสั่งทางปกครองที่ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ” นายทรงศักดิ์ ชี้แจง

นายทรงศักดิ์ กล่าวต่อว่า  รัฐบาลชุดที่ผ่านมาพบว่ามีการตั้งคณะกรรมการที่ไม่มีกฎหมายรองรับ เพื่อเพิกถอนโฉนดจำนวน 995 แปลง ซึ่งตนติดตามว่าจะเพิกถอนทันที แต่ปัจจุบันยังไม่มีการเพิกถอน และในยุคที่นายกฯ เป็นรมว.มหาดไทยและตนเป็น รมช.มหาดไทย ได้เน้นย้ำให้กรมที่ดินดำเนินการไปตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

ทั้งนี้ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ อภิปรายตอบโต้ว่า  คำพิพากษาที่เกิดขึ้นในคดี คือที่ดินทั้งหมด ไม่ใช่รายแปลง ซึ่งคำพิพากษาที่เกิดขึ้นพบว่ามีการนำคณะบุคคลมาพิจารณาทำให้กลายเป็นเศษกระดาษ  ซึ่งเรื่องนี้ไม่จบง่ายๆ  ดังนั้นขอให้ดูรายละเอียดคำพิพากษาทุกฉบับให้ดี

ทำให้นายทรงศักดิ์ ชี้แจงว่า การพิจารณาคำตัดสินต้องดูทั้งโจทก์และจำเลย ซึ่งฝ่ายโจทก์ขอให้พนักงานที่ดินออกโฉนด และดูเรื่องที่ไม่เกินคำขอ เพราะประชาชนไปฟ้องเพื่อขอออกโฉนดเป็นเรื่องเฉพาะแปลงนั้นเท่านั้น