เมื่อวันที่ 29 ก.ย. นายกิตติกร ตันเปาว์ รองผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยภายหลังการประชุมติดตามสถานการณ์ความคืบหน้าการฟื้นฟูพื้นที่ถนนสามเสน หน้า สน.สามเสน ซึ่งเกิดเหตุดินทรุดตัวเมื่อเร็ว ๆ นี้ ว่า ขณะนี้การดำเนินงานเป็นไปตามแผน โดยเฉพาะการเก็บกู้วัสดุและสิ่งก่อสร้างที่เหลือค้างในพื้นที่ คือ สายไฟ เสาไฟฟ้า หม้อแปลง และท่อประปาขนาดใหญ่ ซึ่งบางส่วนต้องตัดแบ่งชิ้นเพื่อความปลอดภัยในการเคลื่อนย้าย
นายกิตติกร กล่าวต่อว่า รฟม.ได้เร่งดำเนินมาตรการเสริมความมั่นคงของพื้นที่ก่อสร้าง ด้วยการฉีดพ่นคอนกรีตเพื่อประสานหน้าดิน ลดความเสี่ยงการไหลตัวเพิ่มเติม โดยผลการตรวจสอบจากวิศวกรผู้เชี่ยวชาญร่วมกับมหาวิทยาลัยและที่ปรึกษา ยืนยันว่าการเคลื่อนตัวของอาคารโดยรอบยังอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย ทั้งนี้มีการติดตั้งอุปกรณ์ตรวจวัดความเคลื่อนไหวของโครงสร้างเพื่อติดตามตลอด 24 ชั่วโมง
“..มาตรการฉีดพ่นคอนกรีต เราเน้นเฉพาะด้านที่มีความเสี่ยง ไม่จำเป็นต้องทำครบทั้งสี่ด้านของอาคาร เป็นการควบคุมเสถียรภาพตามหลักวิศวกรรม..” นายกิตติกร กล่าว พร้อมระบุว่า หลังเสร็จสิ้นการฉีดพ่นคอนกรีตแล้ว จะเข้าสู่ขั้นตอนการถมทรายเพื่อเติมเต็มพื้นที่ว่างที่เกิดจากการทรุดตัว ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาดำเนินการรวม 45 วัน ปัจจุบันงานคืบหน้าแล้วกว่า 50% และเชื่อมั่นว่าจะเสร็จสิ้นตามกรอบเวลา
ด้านความปลอดภัยของ สน.สามเสน จากการตรวจสอบของทีมวิศวกรโครงสร้างยังไม่พบสัญญาณผิดปกติที่กระทบต่ออาคารโดยตรง อย่างไรก็ตาม รฟม. ยังคงจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและพร้อมดำเนินมาตรการเสริมทันที หากพบความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ
นายกิตติกร ย้ำว่า การฟื้นฟูพื้นที่ดังกล่าวดำเนินการภายใต้มาตรฐานวิศวกรรม ความปลอดภัย และข้อกฎหมายทุกประการ โดยให้ความสำคัญสูงสุดต่อความมั่นคงของ สน.สามเสนและโครงสร้างโดยรอบ พร้อมยืนยันว่าจะเปิดเผยผลการตรวจสอบต่อสาธารณะอย่างโปร่งใส
ในส่วนของการหาสาเหตุ กระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างจัดตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง โดยมีตัวแทนจากหลายหน่วยงานร่วมพิจารณา ทั้งวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย หน่วยงานด้านธรณีวิทยา และฝ่ายตรวจสอบภายในของกระทรวงคมนาคม เพื่อสรุปสาเหตุและกำหนดความรับผิดชอบอย่างชัดเจน ทั้งนี้ ได้มีคำสั่ง “พักงาน” ผู้รับจ้างในโครงการชั่วคราว เพื่อเปิดทางให้การสอบสวนดำเนินไปโดยอิสระตามหลักเกณฑ์ในสัญญา ซึ่งระบุชัดเจนว่าผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าเสียหายและการกู้คืนพื้นที่
ขณะเดียวกัน นพ.จักราวุธ มณีฤทธิ์ คณบดีแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล เปิดเผยว่า รพ.วชิรพยาบาลยังคงเปิดให้บริการตามปกติทุกแผนก โดยได้จัดระบบจราจรร่วมกับ สน.สามเสนอย่างใกล้ชิด พร้อมจัดจุดจอดรถเพิ่มเติมในซอยศรีย่าน และบริการรถรับ-ส่งญาติผู้ป่วยไปยังอาคารทีปังกร รองรับได้กว่า 400 คน อีกทั้งยังมีบริการส่งยาทางไปรษณีย์เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ป่วยเรื้อรังที่ต้องรับยาประจำ



