เมื่อวันที่ 29 ก.ย.ที่รัฐสภา ในการแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภา นายณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน อภิปรายกรณีการบริหารจัดการงบประมาณปี 2569 ที่จะประกาศใช้ในวันที่ 1 ต.ค. ต่อยุทธศาสตร์ และโครงการซอฟท์พาวเวอร์ที่เกี่ยวข้องกับนโยบายด้านการท่องเที่ยว มูลค่ากว่า 4,000  ล้านบาท ซึ่งมีการเปิดเผยข้อมูลว่ามีความไม่โปร่งใสต่อการดำเนินการที่เกิดขึ้น และยึดโยงกับอดีตนายกฯ อย่างใกล้ชิด ทั้งนี้มีข้อกล่าวหาว่าหากเจออดีตนายกฯ ที่ไหนต้องเจอกับบุคคล 2 คนที่ อักษรย่อ ป. และ อ. โดยมีการฉายสไลด์ที่เกี่ยวโยงไปยังรัฐบาลของน.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกฯ

ทำให้สส.พรรคเพื่อไทย ได้ลุกประท้วงเนื่องจากเป็นประเด็นที่อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลของพรรคเพื่อไทย ที่ไม่สามารถชี้แจงได้และไม่เกี่ยวข้องกับนโยบายของรัฐบาลนายอนุทิน โดยช่วงหนึ่งของการประท้วงการอภิปราย นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญากุล สส.แพร่ พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า การอภิปรายลักษณะที่ไม่สามารถให้รัฐบาลชุดเดิมชี้แจงได้ และมีรายละเอียดที่เป็นเรื่องบุคคลภายนอก อีกทั้งการอภิปรายที่เกี่ยวเนื่องกับบุคคลภายนอกไม่ควรทำ ตามข้อบังคับ ดังนั้นขอความกรุณาอภิปรายรัฐบาลไปที่นโยบายรัฐบาล อย่าเสียเวลาของฝ่ายค้านและตรวจสอบฝ่ายค้านด้วยกันเอง ขอให้ทำหน้าที่อภิปรายนโยบายรัฐบาล อย่าทำให้ชัดเกินไป เพราะทำให้เสียความรู้สึกต่อกัน

นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒนสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โต้แย้งว่า พรรคเพื่อไทยชี้แจงไม่ได้ แต่รัฐมนตรีชี้แจงได้ว่าจะทำต่อหรือไม่ กับนโยบายซอฟท์พาวเวอร์ที่มีประเด็นเกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชั่นที่มีประเด็นเกี่ยวข้องกับนโยบายการท่องเที่ยว ทำให้นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา เอ่ยขึ้นว่า ขอให้ตรงไปตรงมา ซึ่งนายปกรณ์วุฒิ ยืนยันว่า การอภิปรายนั้นตรงไปตรงมาที่สุดแล้วเพราะเกี่ยวกับการทุจริต

ทำให้นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ประท้วงว่า ที่บอกว่าหากทุจริตขอให้ไปร้องเรียน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไม่ใช่กล่าวาหาลอยๆ หากนายปกรณ์วุฒิไม่เกรงใจตน ขอให้เกรงใจหัวหน้าพรรคประชาชน ฐานะผู้นำฝ่ายค้าน ไม่ใช่ผู้นำฝ่ายค้ำ ซึ่งนายปกรณ์วุฒิ ใช้สิทธิพาดพิงว่า ตนจำไม่แม่นว่าพูดคำว่าอย่างไร หากกล่าวหาว่ารัฐบาลที่แล้วทุจริต ขอถอนคำพูด แต่กรณีที่นายณัฐพล อภิปรายเรื่องที่ดูไม่ปกติ และถามได้รัฐมนตรีว่าจะจัดการอย่างไรหรือทำอย่างไรกับโครงการของรัฐบาลเก่าที่ทำต่อเนื่องมา

อย่างไรก็ตามนายณัฐพล อภิปรายชี้แจงว่าต่อว่างบปี2569 มีงบก้อนใหญ่ 4,000 ล้านบาทที่จะทำเกี่ยวกับยุทธศาสตร์ซอฟท์พาวเวอร์ ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว ตนอยากทราบว่ารัฐบาลใหม่จะดำเนินการอย่างไรต่อหรือไม่ เพราะมีประเด็นที่ถูกกล่าวหาหากไม่ทราบว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อยุทธศาสตร์ซอฟท์พาวเวอร์

ทั้งนี้นายวรวัจน์ ได้ประท้วงอีก เพราะได้นำภาพประกอบการอภิปรายพาดพิงรัฐบาลชุดก่อนหน้า โดยขอความกรุณาฝ่ายค้านด้วยกันอย่าทำลายเวลาฝ่ายค้าน เลี่ยงพูดเรื่องอื่นอย่ามาเตะรัฐบาลเดิมที่เป็นฝ่ายค้านด้วยกัน แบบนี้จะทำงานร่วมกันไม่ได้จริงๆ

ทั้งนี้นายณัฐพล อภิปรายว่าควรได้อภิปรายเพราะเกี่ยวเนื่องกับงบประมาณที่รัฐบาลใหม่จะใช้ อย่างไรก็ตามตนมีข้อเสนอให้รัฐบาลสั่งชะลอโครงการและโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณจำนวน 4,000 ล้านบาท และตัดงบก้อนอื่นที่รัฐบาลก่อนทิ้งไว้เพื่อนำงบไปใช้ที่จำเป็นกว่า หรือ สานต่อผ่านการตั้งคณะกรรมการให้ทำงาน โดยเปลี่ยนชื่อโครงการ หรือ คิดและทำใหม่ ใช้โอกาสวางรากฐานให้อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ตั้งที่ปรึกษา โดยดึงเอกชนเข้ามาทำงานได้แต่ต้องมีเกณฑ์ให้ชัดเจน และขีดเส้นห้ามเอกชนที่มีส่วนคิด ห้ามมีส่วนเกี่ยวข้องกับงบประมาณ

////