ภายหลัง “เดลีโฟกัส” ตามเกาะติดการบุกรุกพื้นที่ป่าและออกเอกสารสิทธิ น.ส.3ก.โดยมิชอบ บนเขาปากเตรียม อ.สุขสำราญ จ.ระนอง กระทั่งทางกรมป่าไม้แจ้งความดำเนินคดี ที่ บช.ก. เอาผิดผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ทั้งนายทุน-เจ้าหน้าที่รัฐนอกรีต พร้อมเร่งดำเนินการเพิกถอน น.ส.3ก.ที่ทับบนผืนป่า โดยทางตำรวจ ปทส. ระดมกำลังชุดใหญ่ ตามเก็บหลักฐานย้อนหลังตั้งแต่ปี 2565 นอกจากนี้ยังมีผู้ไปแจ้ง ตำรวจ ปปป. ให้เอาผิด ม.157 “กลุ่มเจ้าหน้าที่รัฐ” ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ล่าสุดเรื่องถูกส่งต่อไปถึง ป.ป.ช.แล้ว ล่าสุด คณะกมธ.ทรัพยากรธรรมชาติฯ วุฒิสภา เรียกประชุมติดตามความคืบหน้าปัญหาดังกล่าว
กมธ.ทรัพยากรธรรมชาติฯถกปมรุกที่เขาปากเตรียม ‘ชัยวัฒน์’ แฉอาม่ากว้านซื้อที่
‘ชัยวัฒน์’ ปูดชื่อ ‘อาม่า’ กว้านซื้อที่ดินปากเตรียม เชื่อมโยงโครงการแลนด์บริดจ์
ความคืบหน้าเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 22 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าสำนักอุทยานฯ และอดีตหัวหน้าชุดพญาเสือ กรมอุทยานฯ เข้าไปให้ข้อมูลทางคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติฯ ถึงปัญหาการบุกรุกป่าเขาปากเตรียม จ.ระนอง หลังพบพิรุธการออกเอกสารสิทธิทับป่าต้นน้ำ และยังขุดภูเขาทำถนน ตัดไม้ใหญ่มูลค่ามหาศาล ได้เสนอต่อ สว.ชีวะภาพ ชีวะธรรม ประธานคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา หลังจากมีโอกาสลงไปตรวจในพื้นที่ด้วยตัวเองแล้วกลับมาไล่เรียงไทม์ไลน์ย้อนหลังอย่างละเอียดกลับไปตั้งแต่ปี 2562-68 โดยตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีการอาศัยจังหวะสุญญากาศอำนาจ เพื่อเปิดทางขนไม้ออกอย่างอิสระหรือไม่ เนื่องจากเป็นการขาดตอนของคณะทำงาน กอ.รมน. ภาค 4 ที่จากเดิมเคยมีอำนาจปราบปรามเด็ดขาด และเคยมีการตรวจยึด อายัดไม้ก่อนหน้านี้ ตั้งแต่ปี 66 แล้ว

แต่เมื่อมีการเปลี่ยนแม่ทัพภาค เปลี่ยนแปลงอำนาจ ปัจจุบันยังไม่ได้มีการลงนามคำสั่งแต่งตั้ง คณะทำงาน กอ.รมน. ภาค 4 ต่อในปี 2568 ทำให้เจ้าหน้าที่ชุดเดิมถูกโยกย้าย เป็นจังหวะกลุ่มอิทธิพลก็อาศัยช่วงเวลานั้น ลักลอบลำเลียงขนไม้ซุงใหญ่ออกนอกพื้นที่ได้อย่างอิสระ จึงขอฝากให้ทางประธานคณะกรรมาธิการฯ ช่วยส่งหนังสือให้ทางแม่ทัพภาค 4 มีคำสั่งแต่งตั้ง คณะทำงาน กอ.รมน. ภาค 4 ที่เคยสกัดยับยั้งขบวนการนี้ให้มีอำนาจปราบปรามเหมือนเดิม เพราะขบวนการนี้ไม่ใช่แค่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติป่าเขาในพื้นที่ จ.ระนอง แต่กินทั้ง ชุมพร พังงา ภูเก็ต เพราะยิ่งค้นข้อมูลยิ่งเห็นชัด และเชื่อด้วยว่ามีส่วนเชื่อมโยงไปถึง “โครงการแลนด์บริดจ์” ด้วย

ขณะเดียวกันทีมข่าวเฉพาะกิจส่วนกลาง ยังได้มีโอกาสพูดคุย อดีตนายตำรวจระดับสูงเคยเป็นหนึ่งในคณะทำงานแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ ทำลายทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่กองทัพภาค 4 และเคยเข้าไปบังคับใช้กฎหมายกับ “กลุ่มทุนใหญ่” ครอบครองที่ดินในพื้นที่ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบ จนนำไปสู่การเพิกถอนและดำเนินคดีเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับการออกเอกสารสิทธิ ในความผิดอาญา 157 ดำเนินคดีกับนายทุนฐานสนับสนุนให้เจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ นอกจากนั้นยังดำเนินคดีความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 อายัดทรัพย์ของกลุ่มผู้ต้องหา (ฟอกเงิน) ขณะนี้คดีอยู่ระหว่างอุทธรณ์ของจำเลย

อดีตมือปราบนายทุนรุกที่ดินรัฐ มีมุมมองถึงกรณีคดีป่าปากเตรียม ซึ่งพบว่ามีการออกเอกสารสิทธิ น.ส.3ก.ให้กับราษฎรรายบุคคล จำนวน 105 แปลง เมื่อราษฎรได้มาซึ่งเอกสารเกือบทั้งหมดส่วนใหญ่เปลี่ยนมือไปยัง “บุคคลที่ 2” ทันทีแล้วถูกนำไปจำนองกับสถาบันการเงิน ทำให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงผู้ถือครองเป็นไปอย่างมีนัย เชื่อว่าเป็นขบวนการใหญ่ โดยกลุ่มคนที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย กลุ่มบุคคลที่ยื่นขอเอกสาร, กลุ่มราษฎรที่อ้างถือครองที่ดินข้างเคียง และ กลุ่มนายทุนอิทธิพล ซึ่งเป็นกลุ่มสนับสนุนให้บรรดาข้าราชการที่มีส่วนเกี่ยวข้อง (หลายระดับ) ดำเนินการออกเอกสารสิทธิ ที่ไม่เป็นไปตามระเบียบกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง เข้าข่ายในลักษณะออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบ

ในชั้นการสอบสวนจะต้องสอบสวนให้ได้ว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐ กระทำต่อหน้าที่อย่างไรแบบไหน กลุ่มราษฎร สนับสนุนเจ้าหน้าที่ของรัฐอย่างไร เพื่อพิสูจน์ให้ได้ว่าเป็นการออกเอกสารโดยมิชอบ อันจะนำไปสู่กระบวนการเพิกถอน ซึ่งจะทำให้กลุ่มบุคคลที่มีส่วนร่วมในการกระทำความผิดฐานแผ้วถางครอบครอง ทำผลประโยชน์ในพื้นที่ป่าในลักษณะเป็น “ขบวนการใหญ่” เป็นความผิดเกี่ยวกับธรรมชาติหรือสิ่งแวดล้อม โดยการใช้ยึดถือ หรือครอบครองทรัพยากรธรรมชาติ หรือกระบวนการแสวงหาประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติโดยมิชอบ ด้วยกฎหมายอันมีลักษณะเป็นการค้า ซึ่งเป็นมูลฐานความผิด ตาม พ.ร.บ.ฟอกเงิน ที่ ปปง.ใช้บังคับยึดทรัพย์ให้ผลประโยชน์ที่ได้ไปกลับมาเป็นของแผ่นดินได้ เห็นว่าควรพิจารณาความผิดเรื่องนี้มาใช้ดำเนินการกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดด้วย

ด้านนายชาญชัย กิจศักดาภาพ หัวหน้าชุดพยัคฆ์ไพร เข้าพบ พ.ต.อ.อภิสัณฐ์ ไชยรัตน์ ผกก.5 บก.ปทส. พ.ต.ต.ปรุฬห์ สุวรรณเทียบ สว.สอบสวน กก.5 บก.ปทส. เพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อประกอบการสืบสวนและสำนวนคดี หลังก่อนหน้านี้ได้ทำการร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดในการบุกรุกพื้นที่ป่าและออกเอกสารสิทธิ น.ส.3ก.โดยมิชอบ บนเขาปากเตรียม
พ.ต.อ.อภิสัณฐ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้ไปตรวจที่เกิดเหตุเจอกองไม้ 19 กองมีการลงพิกัด 23 จุด พนักงานสอบสวนจะสอบเพิ่มเติมว่าอีก 4 จุดนั้นอยู่ที่จุดใดบ้าง รวมทั้งไม้ทั้งหมดเป็นไม้อะไร ชนิด ขนาดและปริมาตร รวมทั้งไม้ทั้งหมดอยู่ในพื้นที่ประเภทอะไรมีเอกสารสิทธิหรือไม่ ขณะเดียวกันในตอนตรวจยึด พบใครแสดงตัวเป็นเจ้าของ หรือในทางสืบสวนรู้หรือไม่ว่าไม้เป็นของใคร อย่างไรก็ตามหลังจากสอบคำให้การแล้ว จะต้องเชิญเจ้าพนักงานที่ดินมาสอบถามเพื่อยืนยันการกระทำความผิดต่อไป.



