สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 30 ก.ย. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ โพสต์ข้อความบนทรูธ โซเชียล เกี่ยวกับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ในประเทศ ว่าเป็นสิ่งที่ “กำลังถูกนานาชาติขโมยไป ไม่ต่างอะไรกับโดนเด็กแย่งขนม”


ขณะเดียวกัน ทรัมป์กล่าวว่า รัฐแคลิฟอร์เนียซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของฮอลลีวูด ได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้มากที่สุด แต่นายเกวิน นิวซัม ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย “อ่อนแอและไร้ประสิทธิภาพ” ที่จะแก้ไขปัญหา

ดังนั้น เพื่อแก้ไขเรื่องนี้ให้สำเร็จลุล่วง รัฐบาลวอชิงตันจะเรียกเก็บภาษีในอัตรา 100% “กับภาพยนตร์ทุกเรื่องที่ไม่ได้ผลิตในสหรัฐ” แต่ไม่ได้ระบุว่า มีผลเมื่อใด และไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมในอีกหลายประเด็น ว่ามาตรการนี้ครอบคลุมเฉพาะภาพยนตร์ของต่างประเทศ หรือภาพยนตร์ฮอลลีวูดที่ถ่ายทำในต่างประเทศ และจะมีผลกับภาพยนตร์ที่ฉายแบบสตรีมมิ่งหรือไม่


ทั้งนี้ ทรัมป์เคยประกาศเรื่องนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา เรียกเสียงวิจารณ์อย่างหนักจากบุคคลในแวดวงอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง และจนถึงตอนนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของสหรัฐยังไม่เคยประกาศใช้อัตราภาษีดังกล่าวอย่างเป็นทางการ


แม้ทรัมป์ไม่ได้พาดพิงประเทศหนึ่งประเทศใดอย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ดี สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติจีนประกาศเมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา ลดจำนวนภาพยนตร์ของสหรัฐที่จะฉายในจีน ตอบโต้มาตรการภาษีต่างตอบแทนของรัฐบาลวอชิงตันที่มีต่อจีน และหน่วยงานดังกล่าวของรัฐบาลปักกิ่ง จำกัดโควตาภาพยนตร์ต่างประเทศซึ่งสามารถเข้าฉายในประเทศได้แต่ละปีมานานแล้ว.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES