กลายเป็นเรื่องราวดี ๆ ที่หลายคนชื่นชม หลังจากที่ “แม่แก้ว” คุณแม่ของพระเอกหนุ่ม “ณเดชน์ คูกิมิยะ” ได้ออกมาเผยเรื่องราวบุญใหญ่ ที่พระเอกหนุ่มได้บริจาคเงิน 4 แสนบาท ให้แก่ สาขาวิชาเวชศาสตร์ฉุกเฉิน คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อจัดซื้ออุปกรณ์สำคัญทางการแพทย์ช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉิน ตามที่ข่าวได้นำเสนอไปแล้วนั้น

ล่าสุด ในงานกาล่าภาพยนตร์ “ธี่หยด” ณเดชน์ ได้เปิดใจถึงเรื่องดังกล่าวว่า “บริจาคเงินจำนวน 4 แสน ให้สาขาวิชาเวชศาสตร์ฉุกเฉิน คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น คือเพื่อนเป็นหมออยู่นั่นครับ เพื่อนก็เลยแจ้งมาในกลุ่มว่า อยากบอกบุญ ผมก็เลยถือโอกาสทำบุญไปกับเพื่อนเลย ก็เป็นอุปกรณ์กล้องส่องท่อหายใจครับ ก็ถือว่าทำบุญกับบ้านเกิดด้วย ถามว่าทำกับที่นี่บ่อยไหม ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันครับ นานมาก หลายคนมองว่ามีโอกาสพิเศษอะไรยังไง ไม่มีครับ เรียกว่าประจวบเหมาะมากกว่า คือพอเพื่อนเราเป็นหมอ เราก็รู้สึกว่าเพื่อนได้ใช้จริง ๆ เราก็เลยรู้สึกสบายใจที่จะทำบุญ มอบเป็นทุนในการไปจัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์ด้วย ก็คือทำกับเพื่อน

คือยังไม่มีโอกาสมอบเอง แต่โอนเรียบร้อย (ยิ้ม) โอนเอา แล้วก็คือ ถามรายละเอียดจริง ๆ ว่าเอาไปใช้ยังไง เราก็ศึกษาด้วย แล้วก็ด้วยความเป็นเพื่อนก็เลยสบายใจ ก็เลยทำ หลายคนชื่นชมเป็นพระเอกใจบุญ คือผมก็ทำบุญทั้งกับศาสนา ทั้งกับโรงพยาบาล ทั้งกับคน ทั้งกับอะไรอย่างนี้ ผมก็เรื่อย ๆ ครับ เราก็รู้สึกว่าอะไรที่เราพอมีพอช่วยได้เราก็ทำ เป็นโอกาสและจังหวะมากกว่า เราไม่ได้ทำตลอดเวลา ช่วงนี้ใช้เงินเยอะก็อาจจะไม่ค่อยได้ทำ พอแบบมีเงินหมุนเข้ามาก็ทำอย่างนี้ ช่วยเท่าที่ไหว
ช่วงนี้มีข่าวคราวเรื่องการทำบุญ ถามว่าเรามีวิธียังไงเรื่องการทำบุญ คือเรื่องนี้พูดยากนะครับ เรื่องของการบริจาคหรือการทำบุญ หรือทำบุญให้กับอะไรอย่างนี้ ก็มีทั้งคนที่หวังดี แล้วก็มีทั้งคนที่คิดไม่ดี หวังผลประโยชน์จากคนที่อยากช่วยเหลืออยู่ อันนี้เราก็ต้องเริ่มต้นที่ตัวเราแล้วแหละ เราก็ต้องศึกษา หรือสอบถามข้อมูลรายละเอียด ให้มันชัดเจนที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ ถ้าสมมุติว่าสุดท้ายแล้วมันไม่ได้จริง ๆ อันนี้ก็ถือว่าเป็นโชคร้ายของเรา ถือว่าเขาก็ได้กำไรไป แต่ผมว่าทุกวันนี้ เวลาคนเราเดือดร้อนบ่อย ๆ เข้าใจหัวอกกันก็จะช่วยเหลือกัน แจ้งตำรวจบ้างล่ะ ปกป้องกันบ้างก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีแล้วก็ควรทำ เพราะเราเห็นอะไรที่มันผิดปกติ ไม่ถูกต้อง ผิดกฎหมายอะไรอย่างนี้ ผมว่าการที่เราจะกล้าออกมาแสดงจุดยืนของเรา ผมว่ามันเป็นเรื่องที่เราควรทำ

ส่วนข่าวที่เกี่ยวกับเรื่องวงการบริจาคมันมีผลกับเราไหม มันก็มีนะ มันก็มีมากขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยในยุคสมัยนี้เพราะทุกอย่างทรานส์แซคชั่น มันเร็วมาก โอนเงินแป๊บเดียวบนโลกอินเทอร์เน็ต เห็นแล้วก็รู้สึกเวทนา น่าสงสาร อยากช่วย เราก็ต้องพิจารณาดี ๆ บางทีอาจจะรอสักวันสองวันก่อนก็ได้ เผื่อว่าจะมีอะไรมาสะกิดใจ มีเทวดามาบอก หรือมีคนมาโพสต์อะไรอย่างนี้ ก็คงประมาณนั้น แต่ถามว่าส่วนใหญ่แล้วตัวผมเองก็ทำกับคนที่เรารู้จัก ทำกับคนที่เราสนิท ทำกับคนที่เราได้ไปสัมผัส ได้ไปทำความรู้จักกันแล้ว

สำหรับเรื่องความรัก คือญาญ่าเขาขิงไว้ว่า กับพี่แบร์จุ๊บกันอย่างต่ำ 10 ครั้งต่อวัน เกินครับ (ยิ้ม) ไม่หรอกครับ แซวเล่น ปกติผมกับญาญ่าเรื่องการแสดงความรักเป็นเรื่องปกติเลย อยู่ที่ไหนเราก็ชัดเจนความรู้สึกเราได้ อาจจะเพราะส่วนหนึ่งเราอาจจะถูกเลี้ยงดูมาแบบทั้งไทยและเทศมั้ง เราก็เลยรู้สึกว่าสบายใจที่เราจะทำแบบนั้น แต่ก็ไม่ได้ทำอะไรที่มันน่าเกลียด หรือว่าไม่เหมาะสมจนเกินไป ตอนนี้หลายคนแซว “อยู่ไม่ได้แล้ว” (หัวเราะ) โอ๊ยตายแล้ว คนโสดก็อยู่ได้ครับ คนโสดก็มีความสุข มีความรักก็มีความสุข แล้วที่ญาญ่าบอกว่า ต่อให้จุ๊บกันบ่อยแต่ก็รู้สึกเหมือนครั้งแรกตลอดเลย ก็จริงครับ ทุกวันก็เป็นการแสดงความรักก็รู้สึกมีความสุขแล้วยิ่งใกล้แต่งงานเรารู้สึกมองเขาทีไร เรารู้สึกขอบคุณเขา เราซาบซึ้งในสิ่งที่เขามีให้เรา เราก็ยิ่งรู้สึกมีความสุข”

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก kugimiyas



