ดังนั้น อภิปรายมาก “นายกฯหนู”อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทยก็ไม่รู้จะตอบอย่างไร เพราะมันอยู่ในชั้นฝ่ายประจำ นอกจากบอกแค่ว่า “ไม่แทรกแซง” แม้ฝั่งตรงข้ามจะบีบคอเอาอะไรก็ให้ได้ไม่มากกว่านั้นแหละ ดังนั้น ก็รอดูการทำหน้าที่แล้วไปก้าวก่ายคดีก็ค่อยฟ้องประชาชน รัฐบาลนี้มีเวลาแค่ 4 เดือน ทำอะไรโฉ่งฉ่างไปก็หาเรื่องอื่นมากลบกระแสยาก …และเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยอีก รุมให้เละไม่ยาก เลือกตั้งจะมาเป็นพรรคอันดับหนึ่งก็ยาก

อย่างไรก็ตาม ก่อนวันแถลงนโยบายของรัฐเพียงวันเดียว คือ 28 ก.ย. เราจะเห็นหน้า“รัฐมนตรีอ้วน”สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ เต็มอินเทอร์เนตไปหมด มีแต่น้ำเสียงชื่นชม ( แต่ก็แอบเห็นคนไม่มีความสุขเวลา รมต.อ้วนถูกชมอยู่บ้าง ) จากการไปประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ( UNGA ) สมัยสามัญ ครั้งที่ 80  และได้กล่าวถ้อยแถลงตอบโต้นายปรัก สุคนธ์ รมว.ต่างประเทศกัมพูชา เกี่ยวกับเรื่องการประทะชายแดน ที่เขมรเอาดีเข้าตัว

รมต.อ้วนได้ใจคนไทยไปเต็มๆ เมื่อดูนายปรักพูด แล้วแก้ถ้อยแถลงแบบด่วนๆ ไม่ให้ไทยถูกใส่ร้ายในสายตาชาวโลก  ออกท่าทีน้อยแต่ต่อยจุกโดยการตำหนิเขมรว่า “ได้กล่าวถ้อยคำที่น่าผิดหวัง” และเรียกได้ว่า make mockery of the truth ซึ่งน่าจะแปลได้ว่า “บิดเบือนความจริงแบบน่าขำ” ( ยังยั้งมือที่ไม่ใช่คำว่า lie ที่เป็นระดับรุนแรงที่สุด ) เกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย-เขมร ว่า น่าผิดหวังที่กัมพูชายังพยายามอ้างเป็นผู้ถูกกระทำ ทั้งที่ไม่สามารถยืนยันได้เมื่อถูกตรวจสอบ 

“เราต่างรู้ว่าใครคือผู้ถูกกระทำที่แท้จริง นั่นคือ ทหารไทยที่ต้องสูญเสียขาจากหุ่นระเบิด คือเด็ก ๆ ที่โรงเรียนถูกโจมตี และประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่กำลังจับจ่ายซื้อของในวันที่ร้านสะดวกซื้อที่ถูกโจมตีจากจรวดของฝ่ายกัมพูชา”  

“กัมพูชาเป็นผู้ริเริ่มความขัดแย้งด้วยความตั้งใจที่จะขยายข้อพิพาทชายแดน ไปสู่ความขัดแย้งระดับชาติ และทำให้เป็นประเด็นระหว่างประเทศ …กัมพูชายังคงยั่วยุอย่างต่อเนื่อง ซึ่งรวมถึงการระดมพลเรือนเข้ามาในเขตแดนของไทยและยิงเข้ามาทางฝั่งของเรา ถือเป็นการบ่อนทำลายสันติภาพและความมั่นคงตามแนวชายแดน ผมหมายความถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 23 ก.ย.2568 ที่กองกำลังกำลังกัมพูชาได้ยิงใส่กองกำลังไทยที่ประจำอยู่บริเวณชายแดน”

คะแนนนิยมของนายสีหศักดิ์ พุ่งพรวดเป็นรายแรกใน ครม.อนุทิน จนเกิดการเปรียบเทียบกับคณะของกระทรวงต่างประเทศในรัฐบาลอิ๊งค์ ที่มีกระแส“ไม่ค่อยสบอารมณ์” กับรัฐมนตรีเท่าไร แอคชั่นช้า ไม่เด็ดขาด ไทยเหมือนเป็นฝ่ายตามล้างตามเช็ดเขมรที่เอะอะเล่นบทเหยื่อ อ้างเป็นประเทศเล็กๆ ..จริงอยู่สมัยรัฐบาลอิ๊งค์ กระทรวงการต่างประเทศก็มีความเคลื่อนไหว แต่กลับไม่เป็นที่จดจำเท่ากับของ รมต.อ้วน ที่ว่าแก้สคริปต์หน้างาน ฟาดแรงว่า “เขมรไม่ใช่เหยื่อ”

จากนี้ ก็รอดูแค่ว่า เขมรจะหาทางลงอย่างไร แต่เชื่อได้ว่า “น่าจะยั่วยุให้ไทยใช้ความรุนแรงให้ได้ เพื่อหวังให้ประเทศมหาอำนาจเข้าแทรกแซง” แต่ดูท่าทางแล้ว “ประเทศเล็กๆ”อย่างเขมรไม่รู้เขาแทรกแซงแล้วจะได้อะไร จีนมาทุบให้เละเผลอๆ จะได้ประโยชน์กว่าเพราะนี่คือประเทศของแกงค์สแกมเมอร์  

ภาพก่อนทำงานของ ครม.หนูเปิดเรื่องที่เป็นปัญหาใหญ่ปีนี้ได้สวย  จะให้สวยกว่าเดิมคือเปิดต่อเรื่องคนละครึ่งให้เร็ว  ครอบคลุมประชากรไทยให้ได้มากที่สุด ไม่ต้องอิ๊อ๊ะกลัวไปหมดแบบแจกหมื่นของเพื่อไทย ที่ไม่ทราบว่า ก่อนออกนโยบายได้ดูกฎหมายหรือความเป็นไปได้ทางการคลังหรือไม่  สุดท้ายก็บัวแล้งน้ำไม่ได้ไปหลายคน

“พูดแล้วทำ”ต้องให้เห็นจริง แล้วสมัยหน้าคะ แนนนิยมจะมาเอง