ในงานงาน SUSTAINABILITY EXPO 2025 มหกรรมความยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน “พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก”ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 ก.ย. – 5 ตุลาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 10:00 – 20:00 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ หนึ่งในเวทีทอล์คที่น่าสนใจ หัวข้อ การจัดการชุมชนแบบมีส่วนร่วมผ่านนวัตกรรมการท่องเที่ยว สร้างสรรค์อย่างยั่งยืน โดยเชิญวิทยากรตัวจริง ทำจริง มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์นำโดย “ผู้ใหญ่บี – นายภัทรพงษ์ วงศ์เกษม” ประธานตลาดโอ๊ะป่อย ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 2 บ้านท่ามะขาม ตำบลตะนาวศรีอำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี นายปิรันธ์ ชิณโชติ อดีตนานกสมาคมท่องเที่ยว สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ที่ปรึกตลาดโอ๊ะป่อย และนายสุเทพ พิมพ์ศิริ ผู้บุกเบิกตลาดจามจุรี ภายใต้วิสาหกิจชุมชน ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ (โฮมสเตย์ บ้านถ้ำเสือ) จ.เพชรบุรี

“ผู้ใหญ่บี – นายภัทรพงษ์ วงศ์เกษม” ประธานตลาดโอ๊ะป่อย ตลาดที่กลายเป็นแลนมาร์คประจำสวนผึ้ง ที่ได้รับความนิยม เป็นตลาดของคนไทยเชื้อสายกะเหรี่ยง ซึ่งโอ๊ะป่อย แปลว่า ‘พักผ่อน’ ในภาษากะเหรี่ยง เป็นตลาดที่ขึ้นชื่อเรื่องการเน้นใช้วัสดุธรรมชาติ ของหมุนเวียนกลับมาใช้ได้ใหม่ เช่น กระบอกไม้ไผ่ แก้วดินเผา ข้าวห่อใบตอง ถ้วยทำจากกระทง เป็นตลาดนี้ตั้งอยู่ติดลำน้ำภาชี สงบร่มเย็น ให้เด็กๆ ในชุมชนช่วยกันดูแล โดยผู้ใหญ่บี โอ๊ะป่อย ระบุว่า ตลาดโอ๊ะป่อย เปิดตลาดมาปีที่ 8 แล้ว ตั้งแต่ช่วงแรก ๆ หมู่บ้านท่ามะขาม นานๆ จะมีรถวิ่งเข้ามาสัก 1 คัน ชาวบ้านทำอาชีพรับจ้าง ต้องแดดตากฝนทั้งวัน ได้รายได้วันละ 250 -300 บาท

“ ปี 61 ผมเข้ามาเป็นผู้ใหญ่บ้าน ทางกรมพัฒนาชุมชน มีโครงการให้ชุมชนต่างๆ ทำตลาด ผมก็สนใจ เพราะการทำตลาดจะช่วยทำให้เกิดการจับจ่ายใช้สอย ชาวบ้านได้มาขายของในตลาดโอ๊ะป่อย ซึ่งผมมองว่า สวนผึ่งเป็นราชินีภาคตะวันออก มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเยอะ ฤดูหนาวเป็นไฮซีซั่น ผมมองเห็นโอกาส คุยกับคนที่บ้าน ถ้าคนสวนผึ้ง ได้เงินนักท่องเที่ยวคนละ 50 บาท รถเก๋งมา 1 คัน 4 คน ก็ได้เงิน 400 บาทแล้ว เราจึงได้รับความร่วมมือกับทางสถาบันการศึกษา ภาครัฐ เอกชน วัดมาร่วมด้วยช่วยกัน”
ตลาดของเราชื่อ “โอ๊ะป่อย” แปลว่า พักผ่อน คอนเซปต์ของเรา เราอยากให้นักท่องเที่ยวที่ทำงานมา 5 วันเหนื่อยๆ มาพักผ่อนวันเสาร์ – อาทิตย์ มาพักผ่อนที่ตลาดสวนผึ้ง จับจ่ายใช้สอยมาทำบุญ เราหาจุดขายที่เป็นไฮไลท์ตั้งแต่แรก ทำตักบาตรพระล่องแพ เป็นอันซีน พระลอยแพมารับบาตร เป็นกระแสติดเทรนด์มาทุกวันนี้ นักท่องเที่ยวมานอนสวนผึ้ง 1 คืน แล้วตื่นเช้ามาตักบาตร เป็นการตลาดที่ต้องนอน 1 คืน รายได้ก็จะกระจายไปยังรีสอร์ทต่างๆ บางรีสอร์ท ไม่เสิร์ฟอาหารเช้า ให้มาทานที่ตลาดโอ๊ะป่อย มาตักบาตร ทานอาหารเช้าที่ตลาดโอ๊ะป่อย
“ แรกๆ ผมชวนชาวบ้าน มีคนมาร่วมไม่เยอะ ชาวบ้านบอก ผู้ใหญ่ไฟแรง แต่เดี๋ยวทำแปปๆ ชาวบ้านเจ๊ง เขายังไม่เชื่อมั่น ผมจึงต้องทำให้ทุกอย่างให้คนเชื่อมั่น เรามองสวนผึ้ง เป็นพื้นที่อัศจรรย์ มีที่พักที่สวย สไตยุโรป มีกิจกรรมรังสรรค์มากมาย ตั้งแต่เปิดตลาดวันแรก คนก็เริ่มติด ตอนนี้มี 43 ร้านค้า มีร้านอาหารต่างๆ จะขายไม่ซ้ำกัน เช่นขนมจีนน้ำยาหยวกกล้วย ข้าวแกงกระเหรี่ยง ก๋วยจั๊บโบราณ”
สำหรับแนวคิดพัฒนาตลาด พยายามกระจายรายได้ในตลาด ใช้วิถีพอเพียง เราไม่ขยายตลาดแล้ว พอแล้ว เพราะเรารู้ว่า เรารับลิมิตนักท่องเที่ยวได้แค่ไหนที่เราจะรักษาคุณภาพได้ และเราต้องการให้นักท่องเที่ยวเหล่านี้ไปเที่ยวที่อื่นต่อ ในหมู่บ้านเรา เช่น ศูนย์วัฒนธรรมกะเหรี่ยง ถนนคนเดินในหมู่บ้าน อย่างน้องๆ ที่ไปทำงานต่างถิ่น ก็กลับมาทำงานในหมู่บ้าน บางคนทำงานที่อื่นได้เงินเดือน 2 – 3หมื่นบาท ก็กลับมาเปิดร้านกาแฟชิคๆ ริมลำธาร บางคนอยู่เมืองนอก ก็กลับมาเปิดรถเอทีวี ได้รายได้วันละเป็นหมื่นบาท พานักท่องเที่ยวชมธรรมชาติในหมู่บ้าน เปิดลานกางเต็นท์ในหมู่บ้าน ทุกคนเป็นคนในหมู่บ้าน ทำให้เกิดการกระจายรายได้
“ปีหน้าเราจะเชื่อมโยงในหมู่บ้าน และหมู่บ้านใกล้เคียง เป็นการท่องเที่ยวไทยเชื้อสายกระเหรี่ยง ทำรูธการท่องเที่ยว ขี่ซาเล้ง เที่ยวแอดเวนเจอร์ สิ่งสำคัญที่เราทำ ทุกอย่างเราจะใส่ใจสิ่งแวดล้อม จะปลูกฝังเด็กๆ ลูกหลานในพื้นที่ให้รักษ์สิ่งแวดล้อม พ่อค้าแม่ค้าทุกร้านค้า ตอนนี้สามารถถ่ายทอดให้นักท่องเที่ยว เพราะพ่อค้าแม่ค้าทำเป็นตัวอย่างให้เห็น จุดแยกขยะ ก็มีเยาวชนช่วยแยกขยะ หลังจากนั้นขยะจะถูกแปรรูป สร้างมูลค่าต่อได้ เป็นตัวอย่างไปถึงชุมชนอื่นๆ”
ทั้งนี้การทำตลาดให้ยั่งยืน ผมมองว่า ไม่ต้องทำให้ใหญ่ หัวใจ คือ อยู่ที่ผู้นำ ความรักความสามัคคีคนในชุมชน ความยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้ ต้องร่วมไม้ร่วมมือกัน เชื่อว่า ทุกพื้นที่ประเทศไทย มีอะไรสวยๆ มีอะไรเด่นๆ มากมาย อย่างบ้านผมตอนแรกยังมองไม่เห็นอะไรเลย จนทำให้มาเกิดขึ้น ชุมชนก็มีความสุข เราต้องดูว่า เราสู้มั้ย เอาจริงแค่ไหน ทุกภาคีเครือข่ายความร่วมมือ เราต้องยืดหยัด อดทน เราทำอะไรแบบพอเพียง แล้วมีความสุข ให้มาท่องเที่ยว มาซ้ำ ที่น่าดีใจมีนักท่องเที่ยวบางคน เดินมาบอกผมว่า ผมไม่ได้ใส่เสื้อตัวเดิมแล้วเหรอ แปลว่า เขามาบ่อย จนจำได้ เขาบอกมาเที่ยวซ้ำ 18 – 20 ครั้งแล้ว

นายปิรันธ์ ชิณโชติ อดีตนานกสมาคมท่องเที่ยว สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ที่ปรึกตลาดโอ๊ะป่อย ขยายความว่า เราเคยจัดงาน วิ่งตอนกลางคืน แล้วเห็นผู้ใหญ่บ้านคนนี้ใส่ชุดกะเหรี่ยงมา เลยเห็นในศักยภาพของเขา เพราะการที่จะทำอะไร ต้องทำกับชุมชนที่คนมีพลัง มีศักยภาพพอ เราเลยเลือกพื้นที่นี้ทำกิจกรรม เป็นจุดเริ่มต้น ตอนเริ่มทำตลาด มีกลุ่มภาคี บ้านวัด โรงเรียน มหาวิทยาลัย ช่วยกันหมด วางกรอบการทำงานพัฒนาชุมชนให้มีศักยภาพพอให้อยู่ได้ เหมือนในกรุงเทพ จากวันแรก ถึงวันนี้ บอกได้เลยว่า ความสำคัญไม่ใช่การพัฒนาตลาด แต่ความสำคัญอยู่ที่การพัฒนาคนให้เก่งขึ้น ที่สามารถแข่งขันตลาดภายนอกได้
“ต้องยอมรับว่า ที่ผ่านมามาการทำตลาด มีหลายๆตลาดที่สร้างขึ้นมาแล้วเจ๊งกันไป สิ่งที่เราต้องทำ ต้องทำให้เกิดความเชื่อมั่นก่อนว่า ต้องมีนักท่องเที่ยวมาแน่นอน สิ่งที่เกิดขึ้นในสมาคมท่องเที่ยว จะมีกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์ ทำพีอาร์ เริ่มจากทดลองแล้วให้อินฟลูฯ ช่วยพีอาร์ ตั้งแต่ช่วงแรกๆ มีคนดู 5 แสนคน เลยดูว่า ตลาดนี้น่าจะไปได้ มีจุดแข็งที่ไปได้ ช่วงแรกๆ คนก็มาเที่ยวเป็นพันคน จนถึงตอนนี้ ช่วงไฮซีซั่น ช่วงพีกๆ นักท่องเที่ยวมาต่อวัน 1.5 หมื่นคน ตอนนี้เราไม่ได้สื่อสารแค่ในประเทศแล้ว เรากำลังสื่อสารไปถึงต่างประเทศ ต่อไปจะใช้การท่องเที่ยว BCG เข้ามาเพิ่มเติม จากเดิมก็เป็นตลาดรักษ์โลกอยู่แล้ว แต่จะเพิ่มในส่วนต่างๆ มากขึ้น เพราะเป็นเทรนด์การท่องเที่ยวของโลก”


