สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 1 ต.ค. ว่า รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ข่มขู่ว่าจะตัดเงินทุนของรัฐบาลกลางสำหรับมหาวิทยาลัย เนื่องจากการประท้วงสนับสนุนชาวปาเลสไตน์ โดยระบุว่า มหาวิทยาลัยหลายแห่งอนุญาตให้มีการแสดงพฤติกรรมต่อต้านชาวยิว
อย่างไรก็ตาม ผู้ประท้วงรวมถึงกลุ่มชาวยิวบางกลุ่ม กล่าวว่า รัฐบาลวอชิงตันเปรียบเทียบอย่างไม่ถูกต้อง ระหว่างการวิพากษ์วิจารณ์การโจมตีฉนวนกาซาของอิสราเอล และการยึดครองดินแดนปาเลสไตน์ กับการต่อต้านชาวยิว รวมถึงระหว่างการสนับสนุนสิทธิของชาวปาไลสไตน์ กับการสนับสนุนกลุ่มหัวรุนแรง
“การสอบสวนจะมุ่งเน้นไปที่การตอบสนองของมหาวิทยาลัย ต่อแนวคิดต่อต้านชาวยิวในวิทยาเขต โดยการสอบสวนเพื่อทบทวนการปฏิบัติตามกฎระเบียบ จะตรวจสอบว่ามหาวิทยาลัยเนวาดา วิทยาเขตลาสเวกัส ซึ่งเป็นผู้รับความช่วยเหลือทางการเงินจากรัฐบาลกลาง มีส่วนร่วมในแนวทางที่เลือกปฏิบัติหรือไม่” กระทรวงยุติธรรมสหรัฐ ระบุเสริม
US probes University of Nevada in Las Vegas over response to alleged antisemitism https://t.co/47GOCuGynV
— The Straits Times (@straits_times) October 1, 2025
นอกจากนี้ แผนกสิทธิพลเมืองของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐ ยังเขียนจดหมายถึงผู้นำของมหาวิทยาลัยเนวาดา วิทยาเขตลาสเวกัส เพื่อขอเอกสารบางส่วน ภายในวันที่ 1 พ.ย. นี้ เกี่ยวกับวิธีจัดการกับคำร้องเรียนเรื่องการเลือกปฏิบัติในวิทยาเขต หลังกลุ่มฮามาสเปิดฉากโจมตีอิสราเอล เมื่อเดือน ต.ค. 2566 ส่งผลให้อิสราเอลโจมตีฉนวนกาซาในเวลาต่อมา
อนึ่ง จดหมายฉบับดังกล่าวอ้างว่า กระทรวงยุติธรรมสหรัฐได้รับอนุญาตให้ขอข้อมูลข้างต้น “โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมล่วงหน้า” เพื่อการบังคับใช้ข้อกำหนดทางกฎหมายของรัฐบาลกลาง รวมถึงนโยบายต่อต้านการเลือกปฏิบัติ
ขณะที่ผู้สนับสนุนสิทธิหลายคน แสดงความกังวลเกี่ยวกับการดำเนินการของทรัมป์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความเป็นส่วนตัว เสรีภาพในการพูด และเสรีภาพทางวิชาการ.
เครดิตภาพ : AFP



