เมื่อวันที่ 1 ต.ค.ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆนี้ ตนได้มอบนโยบายให้แก่ผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ชุดใหม่ถึงประเด็นการวัดและประเมินผลผู้เรียน ซึ่งเรื่องนี้เป็นแนวคิดของตนที่อยากจะดำเนินการ เนื่องจากผู้เรียนแต่ละคนมีความแตกต่างกัน ซึ่งผู้เรียนบางคนเก่งด้านวิชาการ แต่กลุ่มผู้เรียนอีกกลุ่มอาจจะมีสมรรถนะที่เก่งด้านดนตรีและกีฬา ดังนั้นตนจึงไม่อยากให้เกณฑ์การวัดและประเมินผลนักเรียนยึดรูปแบบเดียวกันทั้งหมดที่ติดกับดักว่า ผู้เรียนคนนั้นสอบได้ลำดับที่ 1 หรือเป็นกลุ่มผู้เรียนที่สอบได้ติดท็อปไฟว์ของห้องเรียน ซึ่งฝากให้สพฐ.ไปดูว่าจะทำอย่างไรให้เกณฑ์การประเมินผลนักเรียนรายบุคคลมีการเทียบการประเมินผลกับตัวเองในการเรียนที่ผ่านมา หรือเทียบกับเด็กกลุ่มระดับเดียวกันว่าตัวเขาเองมีการประเมินผลเหนือหรือต่ำกว่า หรือได้พัฒนาตัวเองได้ดีขึ้นกว่าเดิมหรือไม่ เพราะไม่อยากให้มีการประกาศผลแบบจัดลำดับว่าใครเป็นที่ 1 หรือสอบได้ลำดับบ๊วยเหมือนที่ผ่านมา เราควรเลิกระบบดังกล่าวนี้ได้แล้ว เพื่อให้มุ่ง
รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้เมื่อเราให้คำจำกัดความเด็กเก่ง เราไม่ควรไปมุ่งกับเด็กที่เก่งด้านวิทยาสตร์เพียงอย่างเดียว เพราะทักษะคนและทักษะผู้เรียนมีหลายด้านแตกต่างกันออกไป ซึ่งเราไม่ควรไปบอกว่าเด็กที่ไม่ชอบเรียนวิชาคณิตศาสตร์หรือวิทยาศาสตร์เป็นเด็กไม่เก่ง เพราะไม่ควรไปคิดเช่นนั้น ดังนั้นตนจึงฝากให้สพฐ.ได้ค้นศักยภาพเด็กและสนับสนุนเด็กที่มีศักยภาพในด้านอื่นๆด้วยไม่ว่าจะเป็นศิลปะ กีฬา ภาษา และดนตรี โดยอยากให้สพฐ.ปรับแนวคิดไปถึงผู้ปกครองด้วย หากบุตรหลานของตัวเองมีความสนใจด้านกีฬาหรือดนตรี แต่อาจกลับว่าอนาคตจะไปต่อยอดอาชีพหรือรายได้เป็นหลักเป็นแหล่งหรือไม่ เพราะไม่เช่นนั้นเราอาจเสียบุคลากรที่มีความเก่งเฉพาะทางด้านดนตรีหรือกีฬาไปได้



