นับตั้งแต่ยุคที่เน้นโอกาสทางธุรกิจ เสรีภาพ และครอบครัว จนก้าวสู่ทศวรรษหลัง แอมเวย์ได้ขยายแนวทางสู่ความสุขในมิติที่ลึกและกว้างขึ้น ผ่านแคมเปญที่เน้น 4 แกนหลัก ได้แก่ ความเป็นหุ้นส่วน การเห็นคุณค่าของทุกคน ความรับผิดชอบ และความซื่อสัตย์ พร้อมย้ำว่า จำนวนผู้ประกอบการแอมเวย์ในขณะนี้อยู่ที่ประมาณ 3 แสนราย และสมาชิกระบบกว่า 7 แสนราย ซึ่งความสุขเหล่านี้ไม่ใช่แค่วัดผลทางการเงิน แต่ต้องส่งผลให้ลูกค้าและสังคมมีชีวิตที่ดีขึ้น
โดยมีมูลค่าตลาด 1.4 ล้านล้านบาท และเติบโตสูงถึง 28.4% ระหว่างปี 65-66 ในกลุ่มวิตามินและอาหารเสริมมีมูลค่า 78,700 ล้านบาท เติบโต 12.6% ส่วนผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนักมีมูลค่า 37,000 ล้านบาท เติบโต 11.9% ขณะเดียวกันยังอ้างถึงผลสำรวจของ สสส. ที่ระบุว่า “คนไทย 1 ใน 2 คน มีภาวะน้ำหนักเกินหรืออ้วน” ซึ่งสะท้อนโอกาสในการขยายตลาดสุขภาพให้เติบโตอย่างยั่งยืน
ในเชิงปฏิบัติ แอมเวย์ได้ดำเนินงานร่วมกับมหาวิทยาลัยและองค์กรภายนอกเพื่อเชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านสุขภาพให้กับพนักงานและสาธารณชน เช่น ความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยมหิดลในการอบรมวิชาความสุขและความยั่งยืนแก่นักศึกษาและพนักงาน อีกทั้งยังได้เชิญผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพมาให้ข้อมูลแนวทางการมีชีวิตที่ยืนยาว ทั้งในมิติร่างกาย จิตใจ สังคม และการเงิน

สำหรับกลยุทธ์ภายในองค์กรเริ่มต้นจากการให้ข้อมูลความรู้แก่พนักงาน โดยไม่ได้ใช้ KPI แบบดั้งเดิม แต่เปลี่ยนมาใช้แนวทาง “เจตนาที่ตั้งใจ” (purpose) และ “ความพึงพอใจ” (pleasure) ในการขับเคลื่อนแทน พร้อมเปิดโอกาสให้พนักงานมีส่วนร่วมเพื่อปรับสมดุลระหว่างประสิทธิภาพ (performance) กับความสุข ส่งผลให้อัตราการลาออกของพนักงานอยู่ที่เพียง 7% เท่านั้น และมีการรายงานว่าค่าใช้จ่ายด้านประกันสุขภาพลดลง 20% จากการที่สุขภาพของพนักงานดีขึ้น โดยเริ่มจากโครงการแข่งขันลดน้ำหนักที่มีมาตั้งแต่สองปีที่ผ่านมา
“สุดท้ายเรื่องง่าย ๆ ต่อให้ไอเดียดีขนาดไหน เราจะต้องลงมือโดยต้องทำเองก่อน ให้ความรู้ผ่านคอนเทนต์ เอาเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพื่อให้เกิดปากต่อปาก” ทศพรกล่าว
แนวทางของแอมเวย์สะท้อนจุดเปลี่ยนสำคัญของภาคธุรกิจที่มองเห็นบทบาทด้านสุขภาพและความยั่งยืนเป็นหัวใจหลัก แน่นอนว่าไม่ใช่แค่ธุรกิจขายสินค้าสุขภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างระบบนิเวศ (ecosystem) ที่เอื้อให้ผู้คนและพนักงานได้มีส่วนร่วมในกระบวนการเปลี่ยนแปลง ตามแนวคิดที่ลงมือทำก่อนคิด

นอกจากนี้ข้อมูลจากองค์กรระดับโลกอย่าง Global Wellness Institute ยังระบุว่า ไทยมีอัตราการเติบโตของตลาดเวลเนสสูงถึง 28.4% ชูให้ไทยเป็นประเทศอันดับ 1 ของโลกในด้านการเติบโตของตลาดเวลเนส ขณะที่รายงาน Thailand Wellness Economy Report 2025 โดย C9 Hotelworks ระบุว่า มูลค่าของเศรษฐกิจเวลเนสไทยในปี 2566 อยู่ที่ 1.4 ล้านล้านบาท ขณะที่รัฐบาลไทยเองก็ได้วางเป้าหมายให้ “เศรษฐกิจสุขภาพ” มีสัดส่วนต่อจีดีพี ประมาณ 11.08% หรือมากกว่า 1.98 ล้านล้านบาท ในอีก 3 ปีข้างหน้า
ในส่วนของมิติเชิงองค์กร แอมเวย์ได้เปิดเผยรายงาน Global Impact Report 2024 ว่า ในปี 2024 บริษัทประสบความสำเร็จในการลดการใช้พลาสติก virgin กว่า 234,000 ปอนด์ (ประมาณ 106 ตัน)
และมีการนำบรรจุภัณฑ์ PCR (Post-Consumer Recycled) มาใช้ในผลิตภัณฑ์บางรายการประมาณ 30% พร้อมลงทุนด้านเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนที่สำนักงานใหญ่และสำนักงานแต่ละสาขา
เหล่านี้สะท้อนว่า แอมเวย์กำลังเดินหน้าในบทบาทธุรกิจสุขภาพควบคู่กับการผลักดันความยั่งยืนอย่างเข้มข้น ไม่เพียงแค่ในแง่มุมการตลาดแต่ยังรวมถึงแนวทางภายในองค์กร การสร้างวัฒนธรรมสุขภาพ และการมีส่วนร่วมของผู้คน ซึ่งอาจเป็นตัวอย่างให้ภาคธุรกิจอื่น ๆ ในไทยสนใจแนวทาง “ธุรกิจสุขภาพที่ยั่งยืน” มากขึ้นในอนาคต.



