สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 1 ต.ค. ว่า แผนการของสำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อมสหรัฐ (อีพีเอ) จะทำลายสิ่งที่ผู้นำอุตสาหกรรมและนักสิ่งแวดล้อมหลายคน มองว่าเป็นความสำเร็จด้านสภาพอากาศที่หาได้ยาก นั่นคือ ข้อตกลงร่วมกันระหว่างสองพรรคที่ระบุว่า สารเคมีที่มนุษย์สร้างขึ้น ซึ่งเป็นที่รู้จักในชื่อ “ไฮโดรฟลูออโรคาร์บอน” (เอชเอฟซี) ควรถูกลดระดับการใช้งานอย่างรวดเร็ว
ทั้งนี้ เอชเอฟซี ซึ่งมักถูกเรียกว่า สารมลพิษขั้นรุนแรง มีศักยภาพในการกักเก็บความร้อนในชั้นบรรยากาศ มากกว่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์หลายพันเท่า ส่งผลให้โลกร้อนขึ้นอย่างมาก
Trump administration moves to relax rules on climate super pollutants https://t.co/BZbK22erXr
— The Straits Times (@straits_times) October 1, 2025
ด้านนายลี เซลดิน ผู้อำนวยการอีพีเอ กล่าวว่า แผนการของรัฐบาลไบเดน ในการลดการผลิตและการบริโภคสารเคมีดังกล่าว 85% ภายในปี 2579 ไม่ให้เวลามากพอแก่บริษัทต่าง ๆ ในการบรรลุเป้าหมายก่อนถึงเส้นตาย อีกทั้งการเปลี่ยนไปใช้ส่วนผสมสารทำความเย็นแบบอื่นอย่างรวดเร็ว ก็ทำให้เกิดปัญหาการขาดแคลน
“ด้วยข้อเสนอนี้ อีพีเอกำลังดำเนินงานเพื่อทำให้สารทำความเย็นของอเมริกา กลับมามีราคาไม่แพง ปลอดภัย และน่าเชื่อถืออีกครั้ง” เซลดิน กล่าวเพิ่มเติม
ภายใต้ข้อเสนอดังกล่าว ภาคส่วนต่าง ๆ ของสหรัฐ ไม่ว่าจะเป็น ระบบปรับอากาศสำหรับที่พักอาศัย ระบบทำความเย็นอาหารสำหรับร้านค้าปลีก คลังสินค้าควบคุมอุณหภูมิ และการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ อาจมีเวลาเพิ่มอีก 5 ปี ในการเปลี่ยนไปใช้สารทำความเย็นทางเลือก
อย่างไรก็ตาม นักสิ่งแวดล้อมหลายคนกล่าวว่า แม้การเปลี่ยนแปลงข้างต้นจะส่งผลกระทบเพียงเล็กน้อยต่อธุรกิจ แต่มันจะมีผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อสภาพอากาศ.
เครดิตภาพ : AFP



