เมื่อวันที่ 1 ต.ค. นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่เมื่อวันที่ 30 ก.ย. คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติต่ออายุลดราคาค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีแดง และสายสีม่วง จากเดิมที่มีมติครม. เมื่อวันที่ 8 ก.ค.68 ที่ผ่านมาปรับระยะเวลาจากมติ ครม.เก่า ซึ่งเดิมทีรถไฟฟ้า 2 สายนี้ จะเก็บค่าโดยสาร 20 บาทตลอดสาย ไปจนถึงวันที่ 30 พ.ย.68 แต่เพราะมติ ครม. ฉบับดังกล่าวได้ปรับเวลาลดลงมาเป็น 30 ก.ย.68 จึงเป็นสาเหตุให้ ครม. ต้องออกมติขยายเวลา เนื่องจากเป็นความไม่เรียบร้อยของการทำงานในรัฐบาลที่แล้ว
ทั้งนี้ อดีต รมว.คมนาคม เคยประกาศแล้วว่าวันที่ 1 ต.ค.68 รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย เขาไม่สามารถทำได้ทัน เพราะติดข้อกฎหมายก็ควรจะมาแก้ให้เรียบร้อย รัฐบาลโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เห็นว่าหากรัฐบาลเพิกเฉย คนที่เสียประโยชน์ก็คือประชาชน จึงขยายระยะเวลาไปอีก 2 เดือน
อย่างไรก็ตาม นายกฯ ยังมีความกังวลว่าการเก็บจะสะท้อนค่าใช้จ่ายที่แท้จริงหรือไม่ เพราะสิ่งที่รัฐบาลอยากจะทำให้เกิดขึ้น คือ 1. ประชาชนประหยัดค่าใช้จ่ายได้จริง 2. ค่าตั๋วโดยสารมีเสถียรภาพ คือต้องไม่เป็นภาระมากเกินไป และหากประชาชนได้ประโยชน์ นั่นคือสิ่งที่รัฐบาลต้องการเห็นมากที่สุด ดังนั้น นายกฯ จึงได้ให้แนวทางกับกระทรวงคมนาคมไปศึกษาการแก้ปัญหาที่ยั่งยืน ไม่ใช้การตัดสินใจ เพราะใคร พรรคการเมือง หรือรัฐบาลใด แต่ตัดสินใจบนพื้นฐานประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก ดังนั้นรัฐบาลต่างหากที่เข้ามาแก้ปัญหา มาเก็บกวาดความไม่เรียบร้อยของรัฐบาลที่แล้ว
เมื่อถามว่า กรณีที่พรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลเดิม ออกมาเคลมว่าเป็นผลงาน นายสิริพงศ์ กล่าวว่า เข้าใจได้ เพราะเราทำ เขาก็เคลม เราไม่ทำ เขาก็ตำหนิ แต่เราไม่สามารถเอาประชาชนมาเป็นตัวประกัน จะเคลมก็เคลมไป แต่ที่นายกฯ ตัดสินใจทำ เพราะเป็นห่วงประชาชน ประโยชน์ของประชาชนมาก่อนประโยชน์พรรคการเมือง ส่วนใครจะมีความสุขกับการเคลมก็แล้วแต่



